8
shared

Unseen JOB: Food Delivery การแข่งขันเพื่อนร่วมอาชีพ

7 กันยายน 2562 08:37 1603
บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่เป็นช่องทางของการทำอาชีพส่งอาหารด้วยมอร์เตอร์ไซต์ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นอาชีพเสริมและงานประจำของใครหลายคนอีกด้วย

        ปัจจุบันอาชีพขับรถส่งอาหาร ที่เราเห็นกันอยู่ก็มีไม่กี่เจ้าในตลาด จากแอพพลิเคชั่นที่เป็นที่รู้จักและนิยมใช้บริการกัน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ที่เห็นกันบ่อยๆก็จะมีเจ้าสีเขียว สีเหลือง สีแดง ที่ขับส่งอาหารกันให้ว่อนกรุงเทพฯ 

        แต่เคยสังเกตหรือเปรียบเทียบไหมว่า เจ้าไหนเรียกแล้วรับออร์เดอร์เร็วกว่ากัน ยกตัวอย่างการสมัครของเจ้าสีเขียว  ที่ปัจจุบันเห็นอยู่เยอะมาก ใครเป็นเจ้าประจำในการเรียกใช้บริการสั่งอาหารจากเจ้าสีเขียว จะรู้ว่า ปัจจุบันเรียกปุ๊บได้ปั๊บ ชี้ให้เห็นเลยว่าจำนวนคนขับต้องเยอะมากแน่ๆ ถึงจะเรียกได้รวดเร็วทันใจแบบนี้ ในขณะที่ การเรียกจากเจ้าอื่นอาจจะต้องใช้เวลาซักพัก แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เราเรียกใช้บริการด้วย

        สิ่งที่เป็นแรงจูงใจในการเข้าสมัครเจ้านี้ ก็คือเรื่องของ “สวัสดิการ” และสิทธิพิเศษต่างๆที่เหล่าพนักงานขับรถส่งอาหารจะได้รับ แต่!! การได้มาซึ่งสวัสดิการและสิทธิพิเศษต่างๆนั้น ก็ต้องแลกมาด้วยความเร็วและความเสี่ยงบนท้องถนน โดยจะมีการประเมินการทำงาน อาทิ  จากคะแนนจากลูกค้า รอบการวิ่งต่อวัน หรือต่อเดือน เป็นต้น 


CR:Facebook GrabFood

        เอ (นามสมมติ) พนักงานขับแกร็บฟู้ด เปิดเผยกับ ทีเอ็นเอ็น ออนไลน์ ว่า การจัดระดับของแกร็บไบค์ มีตั้งแต่ ระดับเริ่มต้น คือเมมเบอร์ ซิลเวอร์ โกลด์ แพลตินัม ไปจนถึงฮีโร่ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยสิทธิประโยชน์ที่ระดับเริ่มแรกคือ "เมมเบอร์" หรือสำหรับผู้ที่ขับขั้นต่ำ 1 เที่ยว/เดือน แต่มีเที่ยววิ่งสะสมไม่ถึง 50 เที่ยว จะได้รับเพียงประกันอุบัติเหตุ และส่วนลด Mister Donut ขณะที่ ระดับ "แพลตินัม" ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นหลายรายการ ทั้งประกันอุบัติเหตุ ส่วนลด Mister Donut  ระบบผ่อนสินค้ารายวันผ่านแอปฯ ส่วนลดร้านค้าออนไลน์ ส่วนลดค่าธรรมเนียม กสิกรไทย สิทธิเข้าร่วม GrabAmbassador ส่วนลดค่าคอมมิสชัน เป็นต้น 


               
         ซึ่งการได้มาซึ่งเกรดดังกล่าว ก็จะมีข้อกำหนดเบื้องต้นคือการสะสมการขับขั้นต่ำในแต่ละระดับ เช่นระดับ ซิลเวอร์ จะต้องขับขั้นต่ำ 1 เที่ยวในเดือนที่ผ่านมาและสะสมเที่ยวในการรับส่งคนหรือส่งอาหารอยู่ที่ 50-119 เที่ยว  คะแนนดาวมากกว่าหรือเท่ากับ 4.5 ส่วนเกรด แพลตินัมจะต้องขับขั้นต่ำ 1 เที่ยวในเดือนที่ผ่านมาและสะสมเที่ยว ได้ 250-399 เที่ยว คะแนนดาวมากกว่าหรือเท่ากับ 4.7 จากเต็ม 5 เป็นต้น


             ขณะที่ ในส่วนของแกร็บฟู้ด ก็ยังมีการจัดเกรดเฉพาะผู้ขับแกร็บฟู้ดอีกต่างหาก 3 ระดับ แต่หากต้องการรับงานมากกว่าการส่งอาหาร ก็จะต้องรับงานให้ได้จำนวนตามเงื่อนไขการปรับระดับติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ซึ่งจะต้องรับงานทั้งงานรวมทั้งสัปดาห์ และช่วงเวลาที่มีการเรียกงานสูง คือในช่วงจันทร์-ศุกร์ 10.00-13.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00-13.00 น.และ 17.00-20.00 น.




          และเมื่อผู้ที่ขับแกร็บฟู้ดได้ระดับสูงสุด หรือ แกร็บฟู้ด ไฮบริด (ระดับลูงสุด) ก็จะสามารถรับงานได้มากกว่าส่งอาหาร คือจะสามารถรับงาน ส่งของ ส่งคน รวมทั้งยังได้ค่าคอมมิสชันเพิ่ม15% จากค่าบริการอีกด้วย ถือเป็นช่องทางของการรับงานได้มากที่สุด แต่หากไม่ผ่านเงื่อนไขการเป็นแกร็บฟู้ด ไฮบริด สมาชิกก็จะถูกปรับรูปแบบเป็น ‘แกร็บไบค์’ โดยอัตโนมัติ


         ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าใช้บริการจากแอปฯ เรียกซื้อ ชานมไข่มุก ATM ในช่วงโปรโมชั่น แอพพลิเคชั่นจะค้นหาแกร็บฟู้ด ไฮบริดก่อน แต่หากไฮบริดไม่กดรับออร์เดอร์ รายการออร์เดอร์นั้นจึงจะไปค้นหาแกร็บในระดับ รองลงมา คือ คือ แกร็บฟู้ด เอ็กซ์ และแชมป์เปี้ยน ก่อนไปถึงระดับโกลด์ ซิลเวอร์  และเมมเบอร์ ต่อไป ขณะเดียวกันขั้นตอนการสมัครก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่มีรถจักรยานยนต์ ใบขับขี่ และสมาร์ทโฟน ก็สามารถสมัครผ่านแอพพลิเคชันได้ เมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้วก็สามารถเปิดระบบ วิ่งให้บริการได้ทันที  เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงหายข้องใจแล้วว่า ทำไมเวลาเรียกแกร็บวิน ถึงเรียกได้เร็วกว่าเจ้าอื่น



 CR:Facebook GrabFood


        คนขับแกร็บฟู้ด ไฮบริดบางราย วิ่งงานในช่วงเวลาที่มีการเรียกสูงได้มากกว่า 25 เที่ยวต่อวัน และนอกจากจำนวนเที่ยววิ่งที่มากแล้ว ยังมีค่าคอมมิสชันที่จะได้จากการประเมินจำนวนเที่ยววิ่งและความพอใจของลูกค้า ขณะเดียวกัน ยังมีโบนัสพิเศษสำหรับผู้ที่วิ่งงานสะสมได้ตามอัตราที่กำหนด โดยจะกำหนดเป็นการสะสมเพชร เช่น เมื่อผู้ขับแกร็บวิ่งงานได้ 1 งานจะได้รับเพชร 40 กะรัต หากวิ่งได้จำนวนมากก็จะสะสมเพชรได้มากขึ้น โบนัสก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย ทำให้บางรายสามารถทำรายได้มากกว่า 9,000 บาทต่อสัปดาห์ ขณะบางรายทำรายได้ต่อเดือนถึง 60,000 -70,000 บาทเลยทีเดียว





        จะเห็นได้ว่านอกจากการแข่งขันกันในธุรกิจส่งอาหารในตลาดแล้ว การแข่งขันในกลุ่มอาชีพของผู้ให้บริการเดียวกันก็ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน สะท้อนไปถึงสภาพธุรกิจในปัจจุบันและการปรับตัวของผู้ที่ทำสายอาชีพนี้  


        "ความอดทน ความขยัน และตรงต่อเวลา เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของอาชีพส่งอาหาร เพราะผลที่ตามมานอกจากรายได้แล้ว ยังรวมไปถึงความเชื่อถือจากลูกค้าที่มีต่อเราด้วย" ผู้ขับแกร็บฟู้ด กล่าว