1
shared

ทดลองขับก่อนเปิดตัว ‘มาสด้า 3’ เจเนอเรชั่นใหม่

29 สิงหาคม 2562 13:16 144
รีวิวฉบับย่อกับกิจกรรม ‘Mazda Thailand Sneak Preview’ สัมผัส มาสด้า 3 ใหม่ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ


นับวันถอยหลังเข้าสู่งานเปิดตัวอย่างเป็นทางการเข้าไปทุกที สำหรับ 'มาสด้า 3 ใหม่' (เจเนอเรชั่นที่ 7 ของมาสด้าทั้งหมด) ที่จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ล่าสุดช่วงวันที่ 20-21 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรมพิเศษขึ้นภายใต้ชื่อ ‘Mazda Thailand Sneak Preview’ 

โดยจุดประสงค์การจัดงานนี้ เพื่อให้สื่อมวลชนได้ทำความเข้าใจกับที่มาที่ไป ความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนแนวทางการพัฒนา และข้อมูลตัวรถเบื้องต้นของมาสด้า 3 เจเนอเรชั่นใหม่ รวมถึงให้สื่อมวลชนได้ร่วมลองขับขี่ เพื่อสัมผัสถึงสมรรถนะที่มีอยู่ในรถรุ่นใหม่นี้ อีกนัยก็คาดว่าต้องการลดกระแสคู่แข่งในเซกเม้นท์เดียวอย่างโตโยต้า อัลติสใหม่ ที่เตรียมเปิดตัวช่วงต้นเดือนกันยายนเช่นกัน


สำหรับแนวทางการพัฒนาของ มาสด้า 3 เจเนอเรชั่นใหม่ ทาง มร.โคอิชิโร ยามากุชิ ผจก.โครงการ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้บินตรงมาพร้อมกับทีมงานเพื่อให้ข้อมูลด้วยตัวเอง โดยเผยว่า รถคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมอบความประหลาดใจ และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ขับขี่ ดังนั้นแนวทางการพัฒนาของเรา คือ “ความปรารถนาของผู้คนทั่วโลก” 


ดังนั้นมาสด้า 3 เจเนอเรชั่นใหม่ จึงถูกพัฒนาให้เป็นยนตรกรรมที่มุ่งสู่ความเป็น ‘มาสด้า พรีเมียม’ ภายใต้สุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น กับแนวคิดการออกแบบ KODO Design หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว 

โดยได้แรงบันดาลใจจากรถต้นแบบอย่าง RX-VISION และ VISION COUPE ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นผลงานที่ออกแบบได้สะอาดสวยงาม ผสานการเล่นแสงเงา สะท้อนถึงความละเอียดและสไตล์ที่หรูหราได้อย่างลงตัว

แน่นอนว่า มาสด้า 3 เจเนอเรชั่นใหม่ ได้นำแนวทางของ 2 รถต้นแบบมาต่อยอด โดยผสานกับ KODO Design ก่อนตกผลึกออกมาเป็นแนวทาง “การเคลื่อนไหวด้วยเส้นสายเส้นเดียว” ในขณะที่ทิศทางของแสงและเงาได้ส่องสะท้อนให้เห็นถึงการเคลื่อนไหว 



ที่สำคัญ มาสด้า 3 เจเนอเรชั่นใหม่ ทั้ง 2 รูปแบบตัวถังนั้นมีบุคลิกที่ต่างกัน โดยในซีดานนำเสนอสัดส่วนที่หรูหรามากขึ้น ทรงพลังด้วยรูปทรงที่นุ่มนวลสง่างาม องค์ประกอบทั้งด้านหน้า-หลังใช้การวางเค้าโครงแนวนอน เน้นลักษณะที่กว้างและต่ำ



ขณะที่รุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู นั้นมีคาแรคเตอร์ที่ดูทรงพลัง มุมมองด้านข้างตัวรถใช้การสะท้อนแสงและเงาโดยไม่ต้องใช้แนวเส้น ส่วนเสาซี (ด้านท้ายรถ) ให้มุมมองที่แข็งแกร่ง ให้ภาพรวมออกมาเป็นรถสปอร์ตสไตล์แฮตท์แบค


ภายในห้องโดยสารเน้นหลักการ 'เรียบง่ายแต่หรูหรา' โดยมุ่งให้รถและคนขับเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่นั่งคนขับทุกด้านได้รับการจัดวางในแนวนอนที่สมมาตร (ได้สัดส่วนและสมดุล) โดยให้ผู้ขับอยู่ตรงกลาง ขณะเดียวกันทุกองค์ประกอบในรถดีไซน์ให้หันหน้าไปทางผู้ขับโดยตรง เพื่อให้ผู้ขับมีสมาธิในการขับขี่มากยิ่งขึ้น 



ตำแหน่งการขับขี่ออกแบบเพื่อความรู้สึกในการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติ โดยวิศวกรได้มุ่งเน้นการออกแบบเบาะนั่งให้รองรับกระดูกเชิงกรานส่วนล่าง-บน และต้นขา ด้วยการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบเพื่อรักษาเส้นโค้งรูปตัวเอส เพื่อให้กระดูกเชิงกรานอยู่ในตำแหน่งตั้งตรง ขณะเดียวกันเบาะนั่งด้านบนยังช่วยดึงจุดศูนย์ถ่วงของซี่โครง

เมื่อมีการเหยียบแป้นเบรก-คันเร่ง การปรับที่นั่ง และการบังคับเลี้ยว ผู้ขับก็ยังสามารถรักษาท่าทางที่เป็นธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่และรู้สึกสบายแม้จะขับขี่เป็นเวลานาน

นอกจากนี้ยังมีแก้ไขจุดบอดต่างๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร และปรับปรุงให้เงียบยิ่งขึ้นด้วยวัสดุซับเสียง รวมทั้งควบคุมเสียงที่ได้ยิน-กำจัดเสียงที่ไม่พึงประสงค์ ลดแรงสั่นสะเทือนและความกระด้าง ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้โดยสารและผู้ขับสามารถสนทนากันได้ง่ายขึ้น ด้วยระดับเสียงแบบไม่ต้องตะโกน โดยเฉพาะเมื่อได้ต้องขับขี่ด้วยความเร็วหรือผ่านผิวถนนที่ไม่ราบเรียบ

รายละเอียดมิติตัวรถเทียบกับรุ่นปัจจุบัน


รุ่น แฮตช์แบค รุ่นใหม่ รุ่นปัจจุบัน

ยาว (มม.)  4,460 4,470 

กว้าง (มม.)    1,795  1,795

สูง (มม.) 1,435          1,465 (รวมเสาอากาศครีบฉลาม)

ฐานล้อ (มม.)  2,725         2,700

ความกว้างช่วงล้อ 1,570/1,580  1,555/1,560

ระยำต่ำสุดจากพื้น (มม.) 135   155


รุ่นซีดาน รุ่นใหม่     รุ่นปัจจุบัน

ยาว (มม.)  4,460     4,580 

กว้าง (มม.)     1,795              1,795

สูง (มม.)       1,440              1,450 (รวมเสาอากาศครีบฉลาม)

ฐานล้อ (มม.) 2,725               2,700

ความกว้างช่วงล้อ 1,570/1,580  1,555/1,560

ระยำต่ำสุดจากพื้น (มม.) 135    155



ขณะที่ขุมพลังยังไม่เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี SKYACTIV-X อย่างที่สื่อหลายสำนักคาดการณ์ โดยเป็นบล็อกเดิม SKYACTIV-G เบนซิน 2.0 ลิตร แต่มีการปรับปรุงและพัฒนาใหม่ในหลายจุด ทั้งในส่วนของระบบการจ่ายเชื้อเพลิงมีการเปลี่ยนหัวฉีดใหม่ พร้อมกับปรับแรงดันน้ำมัน ปรับดีไซน์ลูกสูบใหม่ รวมถึงมีการใช้วาล์วควบคุมน้ำหล่อเย็น จึงช่วยให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีอัตราการปล่อยมลพิษลดลง ขณะเดียวกันยังสร้างสรรค์แรงบิดได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า

รายละเอียดเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 4 สูบ 2.0 ลิตร Dual S-VT Electronic Direct Injection กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ SKYACTIV รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้

ในขณะที่ระบบช่วงล่าง มีการเปลี่ยนแปลงจากมัลติลิงค์เป็นทอร์ชั่นบีม แน่นอนว่าเป็นคำถามสำหรับหลายคนกับเหตุผลที่เปลี่ยน ซึ่งวิศวกรให้ข้อมูลว่าเป็นเรื่องของการลดน้ำหนัก เนื่องจากทอร์ชั่นบีมลดน้ำหนักได้มากถึง 10 กก. อีกทั้งทอร์ชั่นบีมยังตอบสนองในการขับขี่ได้ดี โดยเฉพาะเสถียรภาพการทรงตัว  

หลังเสร็จจาการรับฟังข้อมูล ได้จัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับสั้นๆ เพื่อเปรียบเทียบกับรุ่นปัจจุบันทั้งในรุ่นแฮตช์แบคและซีดาน โดยแบ่งเป็น 2 สเตชั่นการขับ ประกอบด้วย Multipurpose Track และ Handling Track



หลังจากการได้ทดลองขับ สัมผัสได้ถึงความต่างในหลายจุด โดยในส่วนของระบบช่วงล่าง ซึ่งรุ่นเดิมนับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่โดดเด่นและมีคาแร็คเตอร์เฉพาะตัวเรื่องความหนึบ แต่สำหรับรุ่นใหม่นี้ต้องบอกเลยว่านิ่งและแน่นยิ่งขึ้น อาการโยนตัวของรถน้อยลดลง ขับแล้วรู้สึกได้ถึงความสนุกและมั่นใจ รวมทั้งพวงมาลัยที่คมขึ้น ทำให้คอนโทรลรถได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อขับแบบสลาลอม สัมผัสได้ว่าตัวผู้ขับนั้นโคลงเคลงตามแรงเหวี่ยงของรถน้อยลง

อีกหนี่งความโดดเด่นของมาสด้า 3 เจนฯ ใหม่ คือความเงียบภายในห้องโดยสาร นับว่าเจ๋งและน่าประทับใจทีเดียว ในช่วงใช้ความเร็ว 80-100 กม./ชม. เสียงลมที่เข้าสู่ห้องโดยสารมีลดลงกว่าเดิม รวมถึงเมื่อขับผ่านพื้นถนนที่เป็นไม่เรียบเนียน การสะท้อนของเสียงจากพื้นขึ้นมาให้ได้ยินน้อยลง


ด้านสมรรถนะจากการได้ทดลองขับในย่านความเร็ว 40-100 กม./ชม การตอบสนองของอัตราเร่งเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน รวมๆ ถือว่าทำได้ดีกว่าเดิมไม่มากนัก เรียกว่ายังไม่รู้สึกว้าวหรือว่าแตกต่างแบบชัดเจน อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงการขับในระยะเวลาและเส้นทางสั้นๆ ข้อมูลที่ได้จึงเป็นรายละเอียดเบื้องต้นเท่านั้น

โดยในช่วงเดือนกันยายนหลังจาก มาสด้า 3 เจนฯ ใหม่ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว จะมีกิจกรรมให้สื่อมวลชนได้ทดสอบกันแบบเต็มๆ อีกครั้ง ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ทีมงาน TNN จะรีบมาสรุปให้ทราบแน่นอนครับ