9
shared

ประเด็นร้อนบอลไทย : "สุพรรณฯ อาการโคม่า"

26 สิงหาคม 2562 20:03 4781
วันนี้ "ประเด็นร้อนบอลไทย" ขอพูดถึง สุพรรณบุรี เอฟซี สถานการณ์ของทีม เข้าขั้นวิกฤตเเละมีเปอร์เซนต์สูงมากเกิน 70 % ที่จะต้องตกชั้นลงไปเล่นในไทยลีก 2 ในปีหน้า กับ "สุพรรณฯ อาการโคม่า"

สวัสดีครับ ! แฟนๆ คอลัมน์ "ประเด็นร้อนบอลไทย" ทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ในวีคที่ฟุตบอลไทยลีก จะหลีกทางให้กับทีมชาติไทยในการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย ถึง 2 สัปดาห์เลยทีเดียว หลังลงเตะกันมาแบบนันสต็อปส์ ถึง 2 เดือน แบบไม่ได้พักเลยทีเดียว


วันนี้ "ประเด็นร้อนบอลไทย" ขอพูดถึง สุพรรณบุรี เอฟซี กันสักหน่อยคับ เนื่องจากตอนนี้พวกเขารั้งอันดับสุดท้ายของตาราง ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 6 นัดสุดท้ายเท่านั้น สถานการณ์ของทีม เข้าขั้นวิกฤตเเละมีเปอร์เซนต์สูงมากเกิน 70 % ที่จะต้องตกชั้นลงไปเล่นในไทยลีก 2 ในปีหน้า กับ "สุพรรณฯ อาการโคม่า"


เชื่อเลยครับ ว่าก่อนเปิดฤดูกาล 2019 ไม่มีใครคาดคิดแน่ ว่าสุพรรณบุรี จะต้องเป็นทีมหนีตกชั้น หลังมีการเปิดตัวทีมอย่างยิ่งใหญ่ ซื้อผู้เล่นชื่อดังเข้าสู่ทีมมากมาย รวมถึงการได้ "โค้ชแบน" ธชตวัน ศรีปาน กุนซือระดับขงเบ้งแถวหน้าของเมืองไทย ที่เข้ามาทำทีมแทน "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก หลังแยกทางกันไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2018 


ก่อนเปิดซีซั่น ทีมเติมผู้เล่นชื่อดังเข้ามาหลายต่อหลายคน ทั้ง โจนาธาน เฮส ศูนย์หน้าดีกรีดาวซัลโวไทยลีก 2018 จาก พีที ประจวบ เอฟซี , การได้ เคลตัน ซิลวา ดาวยิงตีนระเบิด จากเชียงราย เข้าทีมแบบถาวร , คิม ซึงฮวาน ที่ยืมมาจากการท่าเรือ หรือจะเป็น การคว้า อาทิตย์ ดาวสว่าง กองหลังตัวแกร่งที่พร้อมกลับตัวเป็นคนดีเข้ามาขันแนวรับ มาผนึกกำลังกับผู้เล่นหน้าเก่า อย่าง สินทวีชัย , ณัฐพงศ์ สมนะ , อดุลย์ หละโสะ , ชนานันท์ ป้อมบุปผา , ธนาสิทธิ์ ศิลิผลา และ สุพรรณ ทองสงค์ กองหลังดีกรีทีมชาติไทย


แต่ว่าฟอร์มในช่วงแรกของพวกเขา ถือเป็นทีมจอมเหนียวทีมหนึ่ง เมื่อเก็บได้ 6 คะแนน จาก 4 นัดแรก ด้วยการชนะ 1 เสมอ 3 นัด แต่นับจากนั้นพวกเขาแพ้ 3 นัดรวด ฟอร์มหลุดไปอย่างน่าใจหาย จากทีมเหนียวแน่น กลายเป็นทีมที่มีรอยรั่วอย่างชัดเจน ทำให้ เมื่อผ่านไป 7 นัด แฟนบอลเริ่มมีการถามหาความเปลี่ยนแปลงจากบอร์ดบริหาร ทั้งที่ ตอนแต่งตั้ง "โค้ชแบน" ทุกคนยังดีใจกันแทบจะปิดจังหวัดเลี้ยงอยู่เลย


ปัญหาหลายสิ่งเริ่มถาโถมเข้ามา ทั้งปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ และการที่ เคลตัน , เฮส และ ชนานันท์ นัดกันฟอร์มตกอย่างชนิดที่เรียกว่ากู่ไม่กลับ พังประตูกันไม่ได้ โดยหลังจบเลกแรก พวกเขามีผลการแข่งขันที่ไม่ดีเอาเสียเลย เมื่อชนะเพียง 2 เสมอ 5 และแพ้ไปถึง 8 นัด มีเพียง 11 คะแนน เท่านั้น อยู่ในกลุ่มท้ายตารางอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งโค้ชแบน ตัดสินใจลาออกจากทีมไปตั้งแต่ จบเกมลักนัดที่ 13


ขณะที่คนที่เข้ามารับงานเผือกร้อนเพื่อกู้วิกฤตของทีม ไม่ใช่ใครที่ไหน "อเดบาโย่ กาเดโบ" นั่นเอง หนึ่งในสตาฟฟ์โค้ช ที่อยู่กับสุพรรณบุรี มานานจนพูดไทยได้ชัดแจ๋ว ตัวเขามักจะเข้ามาขัดตาทัพในช่วงเวลาสั้นๆอยู่เสมอ หากทีมไม่มีเฮ้ดโค้ช ซึ่งครึ่งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 เข้าให้แล้ว โดยแต่ละครั้ง การเข้ามาของ อเดบาโย่ ก็มักจะมีสัญญาณที่ดี นักเตะให้การตอบสนอง เพราะถือเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่ โดยเจ้าตัวจัดการยกเครื่องผู้เล่นพอสมควรในช่วงพักเลก


เขานำแข้งต่างชาติเข้ามาถึง 4 คน ประกอบไปด้วย มิชาเอล ชาโรสตาน แนวรับร่างโย่งที่เข้ามาแทนที่ อันแดร์สัน ดอส ซานโต๊ส , รวมทั้งคู่ขาอย่าง อัลบาโร่ ซิลวา ที่เข้ามาเล่นแทน สุพรรณ ทองสงค์ หลังนักเตะรายนี้ได้รับบาดเจ็บจากการช่วยทีมชาติไทยในคิงส์ คัพ นอกจากนี้ยังมีตัวไทยฝีเท้าดี ชุติพนธ์ ทองแท้ ที่ดึงมาจากราชบุรี รวมไปถึง กิเยลเม่ เดลลาตอร์เร่ ดาวยิงฟอร์มร้อนจากปีที่แล้ว เข้ามาแทนที่ เฮส หลังฟอร์มตกชนิดสนิมเกาะขัดไม่ออก ทว่า ทีมต้องเสีย สินทวีชัย นายประตูจอมเก๋า ที่เป็นเสาหลักของทีมมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาเมื่อปี 2016 ทีมจึงต้องไปคว้า แพทริค เดย์โต้ นายด่านชาวฟิลิปปินส์เข้าร่วมทีม


เมื่อเข้าสู่เลกสอง พวกเขาตัดสินใจทิ้งบอลถ้วยรายการที่เหลือในมือ อย่าง ช้าง เอฟเอ คัพ ด้วยการแพ้ให้กับระยอง ในรอบสอง เพื่อมาโฟกัสกับการหนีตกชั้นอย่างเต็มตัว โดยถือว่ามาถูกทาง หลังจากที่ "ช้างศึกยุทธหัตถี" ไม่แพ้ใครในช่วงสตาร์ทเลกสอง ถึง 7 นัดติดด้วยกัน แต่น่าเสียดายที่เป็นการชนะเพียง 2 นัดเท่านั้น ซึ่ง 5 นัดที่พวกเขาเสมอ มันไม่เป็นผลดีแน่นอน เนื่องจากระบบ ชนะ ได้ 3 แต้ม เสมอ ได้ 1 แต้ม ทำให้บ่งบอกได้ว่า ชนะ 2 และแพ้ 3 ยังดีกว่าเสมอ 5 นัดรวด ด้วยซ้ำ กระทั่งสองนัดหลังสุดก่อนเบรกเข้าสู่โปรแกรมฟีฟ่า เดย์ ทีมต้องมาเจอของแข็ง ทั้ง การท่าเรือ และ เอสซีจี เมืองทองฯ ทำให้แพ้ไปอย่างหมดรูป ทั้งสองนัด


ช้ำร้ายไปกว่านั้น การที่ เชียงใหม่ เอฟซี เก็บชัยชนะ ในนัดที่ 24 ส่งผลให้ สุพรรณบุรี ต้องลงไปอยู่บ๊วยของตารางทันที จากการมี 22 คะแนน จาก 24 นัด มีคะแนนตามหลังโซนปลอดภัย อยู่ถึง 5 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ซึ่ง เกมตกค้างที่พวกเขามีอยู่ในมือ เป็นอะไรที่สำคัญมาก เมื่อจะต้องบุกไปเยือน "พยัคฆ์ล้านนา" ที่ "สิงห์ สเตเดี้ยม" ในวันพฤหัส ที่ 29 ส.ค. นี้ เวลา 18.00 น. โดยเป็นการตัดแต้มหนีตกชั้นกันโดยตรง คิดกันเล่นๆ หาก สุพรรณฯ บุกชนะได้ ก็จะถีบ เชียงใหม่ ลงมาอยู่อันดับสุดท้าย ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 5 นัดสุดท้าย ส่วนถ้าบุกไปแพ้ พวกเขาจะตกอยู่ในอาการสาหัสเลยทีเดียว เพราะจะถูกเชียงใหม่ ทำแต้มหนีไปอีก เป็น 5 แต้ม


นัดนี้ คงเป็นนัดสำคัญที่สุดในฤดูกาลของสุพรรณฯ อย่างแน่นอน อย่างที่ทราบกัน นับตั้งแต่พวกเขาขึ้นชั้นสู่เวทีไทยลีก นับตั้งแต่ปี 2013 พวกเขาไม่เคยลำบากในการหนีตกชั้นถึงขนาดนี้เลย เคยจบในอันดับ 4 , 6 และ 3 ในสามปีแรกด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นช่วงที่วงการฟุตบอลภายในจังหวัดสุพรรณบุรี ตื่นตัวมาก แฟนบอลให้การสนับสนุน เข้าชมกันเกือบเต็มความจุแทบทุกนัด คงจะน่าเสียดายอย่างยิ่ง หากทีมที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่าง "ช้างศึกยุทธหัตถี" ต้องร่วงตกชั้นไปสู่ไทยลีก 2 ในปีหน้า เพราะเชื่อว่าหลายคนก็เฝ้ารอเวลาที่ทีมรักของตัวเองไปเยือนสุพรรณฯ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ ผู้คนน่ารัก มีสไตล์การพูดเป็นของตัวเอง ขนมสาลี่ ที่เป็นของดีประจำจังหวัด หรือสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ซึ่งเที่ยวกัน 1 วันก็ไม่หมด


สุดท้ายแล้วตัวผู้เขียนเอง ซึ่งเป็นคน จ.กาญจนบุรี โดยกำเนิด ก็ขอเอาใจช่วยสุพรรณบุรี เอฟซี จ.บ้านใกล้เรือนเคียง ให้พลิกวิกฤตในครั้งนี้ให้ได้ และรอดพ้นการตกชั้นในปีนี้ให้ได้นะครับ สู้ๆ "ช้างศึกยุทธหัตถี"




                                                                                                                NickyMAN