3
shared

พลทหารตกรถเจ็บสาหัสระหว่างขนย้ายของ-ไร้หน่วยงานเยียวยา

21 สิงหาคม 2562 17:58 900
พ่อ พาลูกชายซึ่งสมัครเป็นทหารรับใช้ชาติ แต่หลังเกิดเหตุตกรถกระบะ ขณะผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไปขนของ บาดเจ็บสาหัส แต่ล่าสุดยังไม่ได้รับการเยียวยาจากหน่วยงาน โดยทนาย เตรียมร้องกองปราบ เอาผิดทางแพ่งและอาญา


21 สิงหาคม 2562 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวิโรจน์ ปิ่นทอง อายุ 51 ปี ชาว จ.ปทุมธานี พร้อมนายทวีทรัพย์ ปิ่นทอง อายุ 26 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็น พลทหารค่ายแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อร้องขอให้ช่วยเหลือทางด้านคดี กรณีลูกชายได้รับอุบัติเหตุตกจากรถยนต์กระบะในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกขาหัก 3 ท่อน กระดูกแตกละเอียด เข้าพักรักษาตัวที่ รพ.ภูมิพล ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าอาจจะต้องรักษาตัวนานกว่า 1 ปี แต่ไม่ได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานต้นสังกัด

  

นายทวีทรัพย์ กล่าวว่าตนเป็นทหารเกณฑ์โดยการสมัครเข้าไปรับราชการเมื่อปี 2560 จากนั้นเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.62 นายทหารชื่อจ่าหลอด ได้ขอกำลังให้ไปช่วยขนย้ายของ โดยที่ตนและนายโป้ง (นามสมมุติ) เพื่อนทหารอีก 1 คนไปช่วยขนย้ายโดยใช้รถกระบะตอนเดียวขนของพวกตู้เหล็กเอกสาร ย้ายไปที่คลังใหญ่ของกรมพลาธิการ โดยมีนายทหาร 2 นายเป็นคนขับและนั่งด้านหน้ารถไป ส่วนเพื่อนและตนนั่งด้านหลังรถคอยพยุงของที่บรรทุกเนื่องจากไม่มีเชือกรัดของไว้ โดยเพื่อนนั่งท้ายกระบะด้านหลังคนขับ ส่วนตนยืนที่ตรงซุ้มล้อหลังด้านซ้ายเพื่อจับตู้เอกสารไม่ให้ล้ม ระหว่างทางเป็นช่วงโค้งทำให้ตู้เอกสารล้มมากระแทกขาตนและขาอีกข้างของตนตกจากรถ จนร่างกระเด็นตกตามลงมาในที่สุด

จากนั้นห่างไปประมาณ 50 เมตรตู้เอกสารก็ตกตามลงมา โดยที่คนขับไม่ทราบเรื่องเพื่อนของตนจึงได้เคาะหลังคาเรียกให้คนขับหยุดรถ ส่วนตนได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์ได้ช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ผ่าตัดรักษาตัวผ่านมาเกือบ 8 เดือน และแพทย์ลงความเห็นว่าอาจจะต้องรักษาตัวนานกว่า 1 ปี และอาจทำงานหนักไม่ได้ การรักษาทั้งหมดโดยใช้สิทธิทหารรักษา แต่ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ จากหน่วยงานและหัวหน้างาน ตนกังวลว่าอีกไม่กี่เดือนตนจะปลดทหารแล้วและอาการยังไม่ดีขึ้นจะไม่สามารถรักษาตัวเองจนหายดีได้

    

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ จะดำเนินคดีกับจ่าทหารที่ประมาทเป็นเหตุให้พลทหาร ได้รับอันตรายสาหัส เพราะขับรถให้ทหารเกณฑ์อยู่ท้ายกระบะและไม่มีการผูกมัดสิ่งของ มันกิดจากความประมาทของผู้ควบคุมยานพาหนะ ซึ่งต้องรับผิดชอบตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา

และเรื่องนี้คนที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุดคือ รมว.กระทรวงกลาโหมคนใหม่ เพราะทหารเกณฑ์เข้าไปทำงานในกองทัพเกิดเรื่องแบบนี้จะมีความรับผิดชอบไหม หรือผู้เสียหายต้องฟ้องเอาอย่างเดียว โดยในวันพรุ่งนี้ครอบครัวผู้สียหายและทนายความจะเดินทางเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เพื่อให้เร่งรัดคดีความให้ และเรียกร้องให้มีการเยียวยารักษาพยาบาลจนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ และดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ในวันเกิดเหตุตามกฏหมายต่อไป