1
shared

โคราชแล้งสุดรอบ 30 ปี! เขื่อนหลักเตรียมงดส่งน้ำ

19 สิงหาคม 2562 13:33 83
โคราชประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงสุดในรอบ 30 ปี ล่าสุด 2 เขื่อนหลักเตรียมหยุดส่งน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว

วันนี้( 19 ส.ค.62) สถานการณ์ภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงในพื้นที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดเขื่อนลำแชะและเขื่อนมูลบน สองเขื่อนหลักของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอครบุรี ได้ประกาศเตรียมหยุดการส่งน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว เนื่องจากจำเป็นต้องสงวนน้ำไว้เพื่อการอุปโภค-บริโภคในช่วงหน้าแล้งที่กำลังจะมาถึง 

นายวิจิตร กิจวิรัตน์ นายอำเภอครบุรี บอกว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่อำเภอครบุรีปีนี้ ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ขณะนี้ทางอำเภอได้เสนอให้ทางจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้งใน 3 ตำบล 19 หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 8,500 ไร่ แต่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการตามระเบียบขั้นตอน เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง นอกจากนี้ยังมีอีก 2 หมู่บ้าน ที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ซึ่งทางอำเภอได้เตรียมพร้อมรับมือด้วยการขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติม เพราะสระน้ำดิบผลิตประปาทั้งหมดแห้งจนหมด


สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ เกิดจากฝนตกลงมาในพื้นที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยทั้งปี ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่เขื่อนลำแชะและเขื่อนมูลบนน้อยมาก ประกอบกับปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำกักเก็บภายในเขื่อนเหลือน้อยอยู่แล้ว ทำให้เหลือน้ำไม่เพียงพอที่จะส่งให้เกษตรกรในเขตชลประทาน 

ทางเขื่อนลำแชะและเขื่อนลำมูลบน ต้องประกาศแจ้งหยุดการส่งน้ำเพื่อการเกษตรทั้งสองเขื่อน สงวนน้ำไว้เพื่อการอุปโภคและบริโภคเป็นหลัก โดยเขื่อนมูลบน จะหยุดส่งน้ำก่อนในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ส่วนเขื่อนลำแชะจะหยุดส่งน้ำเพื่อการเกษตรในวันที่ 24 ส.ค.เป็นต้นไป จนกว่าจะมีน้ำไหลลงสู่เขื่อนมากพอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ  


เช่นเดียวกับที่จังหวัดขอนแก่น ภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้เขื่อนอุบลรัตน์ เหลือปริมาณน้ำกักเก็บอยู่เพียง 541 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 22 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง โดยมีการใช้น้ำก้นอ่างไปแล้ว กว่า 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการระบายน้ำยังคงระบายวันละ 5 แสนลูกบาศก์เมตร เพื่อรักษาระบบบนิเวศน์ของลำน้ำพอง ส่วนน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนทั้งสัปดาห์มีเพียง 5 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทางจังหวัดขอนแก่นได้ประสานไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ทำฝนหลวงพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อจะได้มีน้ำเติมเข้าอ่างเก็บน้ำ เนื่องจากในระยะนี้สภาพอากาศเอื้อต่อการทำฝนหลวง พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกร งดการขยายพื้นที่ปลูกพืชใช้น้ำมากไปจนกว่าปริมาณน้ำในเขื่อนจะมีมากขึ้น และหลังจากที่จังหวัดขอนแก่นได้ประกาศให้ทั้ง 26 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วง เพื่อจัดสรรบประมาณช่วนเหลือประชาชนต่อไป