1
shared

ขับรถควรรู้ : เลี้ยวดัง-พวงมาลัยสั่น! อะไรเป็นสาเหตุ?

15 สิงหาคม 2562 16:41 492
อาการเลี้ยวแล้วเกิดเสียงดังหรือพวงมาลัยสั่นขณะใช้ความเร็ว เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้จาก ‘เพลาขับหน้าชำรุด’

อาการเลี้ยวแล้วเกิดเสียงดังหรือเวลาขับแล้วพวงมาลัยสั่น เป็นอีกปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับรถยนต์กับรถที่ใช้งานมาสักระยะหรือผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ซึ่งผู้ขับรถหลายคนอาจไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้ TNN Motoring มีคำตอบมาให้เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณได้ทราบและเป็นแนวทางเพื่อนำไปแก้ไขซ่อมแซม

โดยทั้ง 2 กรณี ไม่ว่าเลี้ยวแล้วเกิดเสียงหรือพวงมาลัยสั่น เป็นปัญหาที่เกิดจาก ‘เพลาขับหน้าชำรุด’ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี 2 ส่วน 


กรณี ‘เลี้ยวแล้วมีเสียง’ ดังกึ้กๆ เกิดจากเพลาขับหน้าฝั่งด้านนอก (ติดกับดุมล้อ) ชำรุด โดยมีสาเหตุจากยางหุ้มหัวเพลาขาดก่อน จากนั้นจาระบีทำหน้าที่หล่อลื่นลูกปืนอยู่ด้านในจะถูกสะบัดหลุดออกมา สุดท้ายลูกปืนภายในก็ชำรุดเสียหาย ทำให้เวลาเลี้ยวมีเสียงแเหมือนโลหะขบกัน 


ส่วนกรณี ‘พวงมาลัยสั่น เกิดขึ้นได้จากเพลาขับด้านในที่ติดอยู่กับอยู่กับเกียร์ (ฝั่งเครื่องยนต์) ชำรุด โดยมีอาการสั่นสะท้านขณะใช้ความเร็ว สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากยางหุ้มเพลาขาด จากนั้นหัวเพลาก็จะสะบัดจาระบีออกหมด ทำให้มีฝุ่นและทรายเข้าในหัวเพลาเสียดสีกับเหล็ก 

ไม่ต้องรอให้เกิดสั่นหรือดังก่อน ดังนั้นเจ้าของรถควรหมั่นตรวจดูสถาพยางหุ้มเพลาขับว่ามีรอยฉีกขาดหรือไม่ หากมีแม้เพียงรอยเล็กๆ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ แนะนำให้เปลี่ยนทันที ปกติยางหุ้มเพลาจะมีอายุใช้งาน 3-4 ปี โดยยางหุ้มเพลาแท้ติดรถจากโรงงาน แต่ของเทียบอาจจะอายุการใช้งานสั้นกว่านั้น

หน้าที่ของเพลาขับหน้า คือ เป็นตัวรับแรงบิดจากเครื่องยนต์และส่งผ่านไปยังล้อเพื่อให้รถขับเคลื่อนไปข้างหน้าหรือถอยหลัง 

นอกจากการหมุนตัวแล้ว หัวเพลาขับทั้ง 2 ด้าน ยังเป็นชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ตามทิศทาง เมื่อรถเลี้ยวซ้ายหรือขวา หรือเมื่อรถลอยตัวหรือกดลงเมื่อขึ้น-ลงสะพาน

ส่วนประกอบของชุดเพลาขับ

- ก้านเพลา 

- หัวเพลาขับนอก (ติดกับดุมล้อ) 

- หัวเพลาขับด้านใน (ติดกับห้องเกียร์)

- จาระบีสำหรับหล่อลื่นของหัวเพลาทั้ง 2 ข้าง

- ยางหุ้มเพลา เป็นยางที่ปกปิดมิให้จาระบีกระเด็นหลุดจากหัวเพลา   

- เหล็กรัดยางหุ้มเพลา สำหรับรัดยางหุ้นเพลาให้ติดกับหัวเพลา