1
shared

ท่าทีนายแบงก์เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยเงินกู้แบงก์พาณิชย์

14 สิงหาคม 2562 09:32 169
ท่าทีนายแบงก์เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยเงินกู้แบงก์พาณิชย์ หลังกนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อเป็นส่งสัญญาณ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ

วันนี้ (14ส.ค.62) ผ่านมาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี หลังจาก กนง.ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงหลังจากนี้ มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าคาด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า แต่จนถึงวันนี้ ธนาคารพาณิชย์ และแบงก์รัฐยังคงนิ่งเฉยและไม่ยอมส่งผ่านนโยบายดอกเบี้ยของกนง.ไปสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยแบงก์ทุกแห่งยังคงตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ ไว้ที่เท่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน ทุกแบงก์ก็ยังคงไม่ลดดอกเบี้ยเงินฝากเช่นกัน

โดยแบงก์รัฐ อย่างธนาคารออมสิน ออกมาส่งสัญญาณว่า ธนาคารอยู่ระหว่างทบทวนอัตราดอกเบี้ย โดยขอเวลาพิจารณา 2 สัปดาห์ ทั้งการคำนวณต้นทุนทั้งในส่วนของเงินฝากและเงินกู้รวมทั้งพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดควบคู่กันไปด้วย เพราะหากขึ้นดอกเบี้ยทันที จะกระทบต่อกำไรของแบงก์เช่นเดียวกับแบงก์พาณิชย์ที่ยังไม่มีท่าที่ว่า จะลดดอกเบี้ยลงมาแต่อย่างใด

อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า ธนาคารไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่วนการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น ก็พิจารณามาโดยตลอด โดยต้องรอดูสถานการณ์อื่นๆเข้ามาประกอบด้วย

ขณะที่ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ระบุว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยอยู่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาอีกสักพัก

ส่วนผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) บอกว่า ขอดูรายละเอียดก่อน พร้อมทั้งระบุว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของกนง.รอบที่แล้วจาก 1.50% เป็น 1.75% ในเดือน ธ.ค.2561 ธนาคารกรุงไทย ไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะเกรงว่าผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบ ดังนั้น คราวนี้เมื่อกนง.ลดดอกเบี้ยลงจาก 1.75% เหลือ 1.50% ซึ่งกลับสู่ระดับเดิม ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรกับธนาคาร  


เช่นเดียวกับ ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ธนาคารทหารไทย ที่ระบุว่า การลดดอกเบี้ยต้องดูภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะนโยบายดอกเบี้ยของแบงก์เฉพาะกิจของรัฐ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาแบงก์รัฐออกแคมเปญเงินฝากค่อนข้างมาก ซึ่งดึงสภาพคล่องในระบบออกไปแล้วส่วนหนึ่ง

นอกจากนี้ ประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต (TBANK) บอกว่า ขอประเมินสถานการณ์ดอกเบี้ยในอุตสาหกรรมธนาคารโดยรวมก่อนพิจารณาลดดอกเบี้ย พร้อมทั้งระบุว่า แบงก์ยังมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะปล่อยกู้ได้ 

ส่วน ยุทธชัย เตยะราชกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ธนาคารพร้อมลดดอกเบี้ย หากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่มีการปรับลดทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้

แล้วเหตุใดแบงก์พาณิชย์ยังคงรีรอ ลดดอกเบี้ย โดยเฉพาะการลดดอกเบี้ยเงินกู้ ทั้งๆที่กนง.ส่งสัญญาณว่าในอนาคตข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ 

แน่นอนว่าเหตุผลหลักๆคงหนีไม่พ้นเรื่อง “กำไร” ของแบงก์ เพราะหากแบงก์พาณิชย์ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ลงมา จะทำให้กำไรของแบงก์ลดลง ท่ามกลางสถานการณ์รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของแบงก์พาณิชย์ ที่ยังอยู่ในช่วงขาลง จากการแข่งขันฟรีค่าธรรมเนียม

ขณะที่การลดดอกเบี้ยขาเงินฝาก เพื่อลดต้นทุน ก็ทำไม่ได้มากนัก เพราะตอนนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำอยู่ที่ 50 สตางค์ ซึ่งถือว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อยู่แล้ว

ส่วนธนาคารกรุงเทพ (BBL) ที่กำไรเติบโต 1% แต่จะพบว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง –15% แม้กระทั่งธนาคารกรุงไทย (KTB) แม้ว่าจะมีกำไร +6.7% แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง -5.9% มีเพียงธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เท่านั้น ที่กำไรเพิ่มขึ้นมาก โดยมาจากรายได้ดอกเบี้ยยังคงเติบโตที่ +4.6% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโต +1.9%