3
shared

คลังชูแพคเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน

15 สิงหาคม 2562 18:20 299
รัฐบาลเตรียมอัดฉีดงบประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ซึ่งมาตรการแจกเงินเที่ยว 1,500 บาท/คน เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐมีแนวคิดนำกลับมาใช้

         กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลายนโยบาย ที่เน้นแจกเงินเพื่อหวังไปกระตุ้นเศรษฐกิจในปลายทาง จนได้รับฉายาจากบรรดาชาวโซเชียลออนไลน์ว่า “รัฐบาลสายเปย์”  
    
         ล่าสุด นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยวงเงินที่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท แต่อาจไม่สามารถใช้ได้เต็มวงเงิน เนื่องจากเงินบางส่วน ต้องใช้ในโครงการที่ก่อหนี้ผูกพันจากปีงบฯ 62 ด้วย  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุนว่า  สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะรัฐมนนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เตรียมเสนอแพคเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ในส่วนของกระทรวงการคลัง ให้ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณา ในวันที่ 16 ส.ค. หรือในวันพรุ่งนี้ โดยยืนยันว่า    มาตรการที่ออกมาจะเพียงพอต่อการรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก  โดยไม่ให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลงกว่าที่ควรจะเป็น


        ซึ่งหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งหลังของปีนี้ ก็คือ มาตรการแจกเงินเที่ยวคนละ 1,500 บาท ซึ่งเป็นมาตรการเดิมที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ดำรงค์ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมาตรการดังกล่าวนั้น จะแจกเงินคนละ 1,500 บาท 10 ล้านคน นำไปเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด  แต่เนื่องจากเมื่อศึกษาแล้วพบว่าไม่คุ้มค่า เพราะเกรงว่า คนจะนำเงินไปใช้ฟุ่มเฟือย อีกทั้งยังถูกประชาชนต่อต้านอย่างมาก มาตรการดังกล่าวจึงได้ถูกพับลงไป 

        ส่วนมาตรการแจกเงินเที่ยวคนละ 1,500 บาท ที่จะนำกลับมาใช้ครั้งนี้ จะเสนอให้เงินคนไปเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรองคนละ 1,500 บาท โดยจ่ายผ่านการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) ซึ่งจะให้แก่ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพื่อนำไปเที่ยว  คาดว่าผู้ที่ได้รับเงินจะมีการใช้จ่ายมากกว่าคนละ 1,500 บาท ซึ่งจะทำให้มีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 ล้านบาท ซึ่งกรณีนี้ก็เป็นประเด็นวิพากษณ์วิจารย์อย่างหนักเช่นเดียวกัน 


        นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ระบุว่า มาตรการดังกล่าวได้มีการหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้วว่า เป็นมาตรการที่สมควรมี เพราะเรื่องการท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญ โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังหรือ สศค. ไปหารือกับท่องเที่ยวว่ารูปแบบที่ดีที่สุดควรจะออกมาในรูปแบบใด โดยแพคเกจที่จะออกมา จะต้องเป็นยาแรง ทำแล้วได้ผลเต็มที่รัฐบาลถึงจะทำ   
        ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้การจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจพิจารณาได้ภายในวันที่ 19 ส.ค. นี้  ก่อนเสนอให้ ครม. พิจารณาภายในวันที่ 20 ส.ค.  โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานพิจารณาให้รอบคอบ 


         ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เรื่องมาตรการแจกเงิน 1,500 บาท เพื่อใช้ท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ ระบุแต่เพียงว่า เป็นเรื่องที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้พิจารณาเสนอ ซึ่งจะเสนอมาหรือไม่ยังไม่รู้ แต่คลังก็พร้อมสนับสนุน 

        ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรเศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า การจัดทำนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาตรการเดิมกลับมาใช้หรือนำเสนอมาตรการใหม่ เชื่อว่ารัฐบาลโดยกระทรวงการคลังย่อมศึกษาและมีการประเมินแล้วว่าจะได้ผลมากแค่ไหน และจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งมาตรการให้เงินเที่ยวคนละ 1,500 บาท ที่กระทรวงการคลังจะเสนอต่อ ครม. แม้จะเป็นมาตรการเดิมที่ถูกพับลงไปก็สามารถนำกลับมาใช้ได้ โดยประเมินว่า หากนำกลับมาใช้จะสามารถช่วยกระตุ้นให้มีเงินหมุนเวียนในระบบได้กว่า 15,000 ล้านบาท หรือผลักดันเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 0.1%-0.2%

        อย่างไรก็ดี เมื่อผนวกแรงกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ มาตรการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายใต้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีแรกวงเงิน  50,000 ล้านบาทนี้ ก็เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 0.2%-0.3% และหากมีมาตรการอื่นๆมาเสริมเช่น ประกันรายได้เกษตรกร ก็คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มได้อีก 0.5%-0.7% หนุนจีดีพีไทยให้ขยายตัวได้ใกล้เคียง 3.5% ตามคาดการณ์ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ 


        ทั้งนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปยังสมัยรัฐบาลชุดก่อนๆตลอด 20 ปีที่ผ่านมา จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คล้ายๆกันหรือแทบจะเหมือนเกือบทุกรัฐบาล อาทิเช่น นโยบายกองทุนหมู่บ้าน , บัตรสวัสดิการรัฐ , มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ ,มาตรการลดหย่อนภาษี ,มาตรการสนับสนุนอสังหาริมทรัพย์   เป็นต้น  ส่วนมาตรการ เพิ่มเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น นายธนวรรธน์ มองว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว ช่วยให้มีเงินหมุนลงสู่ระบบเร็วกว่ามาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว 

         อย่างไรก็ตาม  มาตรการแจกเงินเที่ยวดังกล่าวจะถูกพับลงอีกครั้งหรือไม่นั้น นายธนวรรธน์ระบุว่า พูดยาก! ซึ่งก็ถือเป็นมาตรการที่การันตีไม่ได้ว่า ประชาชนจะนำเงินได้ไปใช้หรือไม่ แต่การที่กระทรวงการคลังจะนำเสนอมาตรการใด ก็ย่อมต้องมีหลักการและเหตุผล รวมถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเพื่อให้ ครม.พิจารณาอยู่แล้ว  แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับ ครม.ว่าจะเอามั้ย?