1
shared

สงครามการค้า ลามสู่ 'การแข่งขันค่าเงิน-ลดดอกเบี้ย'

13 สิงหาคม 2562 09:43 94
ผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าเพิ่มสูงขึ้น ลุกลามสู่ปัจจัย 'การแข่งขันค่าเงิน-ลดดอกเบี้ย'

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 นับว่า สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดอย่างมาก หลังมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ลดดอกเบี้ยนโยบาย ร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.75 เหลือ ร้อยละ 1.50 ด้วยเหตุผลที่ว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากการส่งออกสินค้าที่หดตัว และเริ่มส่งผลไปสู่อุปสงค์ในประเทศ ดังนั้น นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ด้านบรรดานักวิเคราะห์หลายสำนักต่างเชื่อว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรับมือสงครามการเงิน เนื่องจากในเวลานี้ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าสุดในภูมิภาค นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เงินบาทแข็งค่าไปแล้ว ร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้ง ผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าเพิ่มสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่ารวม 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ร้อยละ 10 ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ส่วนความหวังจากแรงกระตุ้นมาตรการภาครัฐ อาจไม่มากและเร็วพอ ที่จะชดเชยผลกระทบสงครามการค้า

อย่างไรก็ตาม แม้กนง. จะตัดสินใจหั่นดอกเบี้ยนโยบายลงมาที่ร้อยละ 1.50 แต่ดูเหมือนว่า ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า โดยอ่อนตัวลงเล็กน้อยเพียงวันแรกที่ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่ในวันถัดมาเงินบาทปรับตัวแข็งค่า โดยปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม เงินบาท อยู่ที่ 30.72 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกลินท์ สารสิน เรียกร้องธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกภายในปีนี้

ในภาวะเช่นนี้ แน่นอนว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ย่อมมีความเป็นห่วงเรื่องความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน หรือ policy space เพราะถ้าเกิดวิกฤตในอนาคตจะไม่เหลือเครื่องมือใดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน สงครามการค้า กำลังลุกลามมาสู่ สงครามการเงิน ชัดเจน เห็นได้จากการที่ จีน ประกาศลดค่าเงินหยวนลงสู่ระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ จนถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่า "ปั่นค่าเงิน" ยิ่งส่งผลให้สถานการณ์สงครามการค้าอึมครึมมากขึ้น แน่นอนว่า ไทย ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ย่อมได้รับผลกระทบ และยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็น “สงครามการค้า” หรือ “สงครามการเงิน”