2
shared

แอมเนสตีเตือนเดินทางไปสหรัฐ หลังกราดยิงกันบ่อย

9 สิงหาคม 2562 08:40 179
แอมเนสตีอินเตอร์แนชแนล ประกาศเตือนการเดินทางไปสหรัฐ หลังเกิดเหตุยิงสังหารหมู่ 31 ศพ ชี้เหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยกับคนต่างสีผิว

วันนี้ ( 9 ส.ค. 62 )แอมเนสตีอินเตอร์แนชแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ เตือนผู้เดินทางให้ใช้ความระมัดระวังมากที่สุดเมื่อเดินทางในสหรัฐ เนื่องจากมีเหตุรุนแรงอันเกิดจากปืนอย่างแพร่หลาย และเกิดขึ้นบ่อยในสหรัฐจนเทียบเท่ากับวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนในสหรัฐไปแล้ว ผู้เดินทางไปสหรัฐควรต้องตระหนักอยู่เสมอว่า สหรัฐไม่ได้ให้ความคุ้มครองอย่างเพียงพอต่อสิทธิของผู้คนที่จะมีความปลอดภัย ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม คนในสหรัฐเองไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะปลอดภัยจากอันตราย ยิ่งเรื่องการรับประกันว่าจะไม่ถูกยิงยิ่งเป็นไปไม่ได้

แอมเนสตีอินเตอร์แนชแนลระบุด้วยว่า คำเตือนเดินทางไปสหรัฐครั้งนี้เป็นกระจกเงาสะท้อนคำเตือนเดินทางที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐมักใช้กับประเทศอื่น และขอเตือนเป็นพิเศษว่า สีผิว ประเทศบ้านเกิด ภูมิหลังด้านเชื้อชาติ รสนิยมทางเพศหรือการระบุเพศสภาพอาจทำให้ผู้เดินทางเสี่ยงอันตรายมากยิ่งขึ้น หลังเกิดเหตุร้ายหลายครั้งโยงกับความเชื่อเชิดชูคนผิวขาว ก่อนหน้านี้ เวเนซุเอลาและอุรุกวัยก็ประกาศเตือนพลเมืองเรื่องการเดินทางไปสหรัฐแล้ว หลังเกิดเหตุยิงสังหารหมู่ที่เมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัส และเมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 31 คน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่ง เดินทางเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงทั้งสองเหตุการณ์ ที่โรงพยาบาลเมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ และเมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัส ท่ามกลางผู้ประท้วงจำนวนมากในทั้งสองเมืองดังกล่าวที่ต่อต้านการเยือนของผู้นำสหรัฐ และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนในอเมริกา ผู้ประท้วงบางส่วนยังถือป้ายที่มีข้อความโจมตีทรัมป์ว่าเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติและขับไล่ให้กลับไป 

ขณะที่ทรัมป์ระบุว่า จะหารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมายควบคุมอาวุธปืน และว่าเขาสนับสนุนการตรวจสอบประวัติผู้ที่จะซื้อปืนทุกคน แต่ไม่ใช่การสั่งห้ามซื้อขายอาวุธปืนแบบร้ายแรง พร้อมปฏิเสธเสียงวิจารณ์ที่ว่า คำพูดของเขาปลุกกระแสความเกลียดชังในหมู่คนผิวขาวแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุกราดยิงผู้คนหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้