2
shared

'สมคิด' ยันรัฐบาลมีเอกภาพ เดินเครื่องเต็มสูบพัฒนาอีอีซี

8 สิงหาคม 2562 15:00 85
'สมคิด' ยันรัฐบาลมีเอกภาพ ไม่มีแบ่งพรรค พร้อมเดินเครื่องเต็มสูบพัฒนาอีอีซี ย้ำปีหน้า 5G ต้องเกิด

วันนี้( 8 ส.ค.62) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูง โดยกล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งในระยะสั้นต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจีน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลทำให้หุ้นตกทั่วโลก รวมถึงไทยที่เมื่อวานหุ้นตกไป 2% กว่า ก็ยังถือว่าตลาดหุ้นไทยยังค่อนข้างแข็งแรงอยู่

สำหรับการบริโภคภายในประเทศ นายสมคิด กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความเชื่อมั่นของคนในประเทศ ซึ่งในช่วงจังหวะค่าเงินบาทแข็ง นักลงทุนไทยต้องใช้จังหวะในลงทุนในประเทศให้มากขึ้น รัฐวิสาหกิจใหญ่ๆต้องถือโอกาสลงทุนในช่วงนี้ เพราะค่าเงินบาทแข็ง 

ทั้งนี้ นายสมคิด กล่าวว่า  การจัดตั้งรัฐบาลอาจล้าช้าไป 3-4 เดือน แต่ตอนนี้การจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับยืนยันว่า แม้จะเป็นรัฐบาลผสมแต่ก็สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดี เพราะรู้จักกันมานาน  ไม่ว่าจะเป็นทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกตรีและ รมว.สาธารณสุข และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนยกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ที่รู้จักมามากกว่า 20 ปี พร้อมกับยืนยันว่า สามารถปรึกษาหารือได้ตลอด ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง หรือไม่ลงรอยกันแน่นอน

โดยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่ามองระยะสั้นเกินไป ต้องมองไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ทุกกระทรวงต้องให้ความสำคัญการต่อยอดโครงการสำคัญจากรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเรื่องแรกคือการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก แบ่งเป็น 3 เฟส เริ่มจากขายแนวความคิดช่วง 2 ปีแรก เพื่อให้เห็นว่าเป็นโครงการใหญ่ ต้องทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เกิดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อดึงนักลงทุนมาลงทุนที่อีอีซี จากนั้นจะเป็นเรื่องของการลงทุนด้านดิจิทัล โดยได้เน้นย้ำกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ต้องทำให้ 5 G เกิดขึ้นให้ได้ในปีหน้า ส่วนเฟส 2 ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้นักลงทุนมาไทยให้ได้มากที่สุด และเฟสสุดท้าย คือ การรู้จักใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งในประเทศขนาดใหญ่ทั้ง 3 ประเทศ ทั้งจีน สหรัฐฯและญีปุ่น ต้องมีการประสานความร่วมมืออย่างเท่าเทียมไม่มีเอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งนอกจากนโยบายด้านเศรษฐกิจแล้ว นโยบายด้านความมั่นคงก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต่างประเทศให้ความสำคัญด้วย

สำหรับด้านการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกษตรกรพัฒนา ที่ผ่านมามีการตัดตอนระหว่างกัน ไม่ได้มีการยกขึ้นมาต่อดฝยอด งานพัฒนาเกษตรกรกลับไปอยู่ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ทั้งที่ควรอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม จึงต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาในกลุ่มเอสเอ็มอีที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของไทยเป็นหลัก

นอกจากนี้ นายสมคิด กล่าวว่า การลดความเหลื่อมล้ำ ต้องมีการพัฒนาด้านการศึกษา เช่นเดียวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่ใช่เครื่องมือหาเสียง แต่เป็นพื้นฐานของกระทรวงการคลัง ที่ทำให้อนาคตข้างหน้าสามารถส่งต่อความช่วยเหลือถึงคนชรา สตรีมีครรภ์ และเด็ก โดยมีความสำคัญที่ต้องรู้ถึงแหล่งที่มาของเงินให้ได้ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหารือกับสำนักงบประมาณแล้ว 

ทั้งนี้ นายสมคิด ย้ำว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความมั่นใจจะเกิดขึ้น ไม่มีทางที่เกิดการไม่ลงรอยอย่างเด็ดขาด และทุกกระทรวงจะต้องไปด้วยกันและต้องการทำงานให้ประเทศทั้งสิ้น