2
shared

ย้อนรอยโศกนาฏกรรม เหตุกราดยิงในสหรัฐฯ

5 สิงหาคม 2562 08:23 111
ย้อนรอยโศกนาฏกรรมเหตุกราดยิงในสหรัฐฯ ทำผู้บริสุทธิ์หลายร้อยชีวิตต้องบาดเจ็บ-เสียชีวิต

วันที่ 28 ก.ค. 2019  : เกิดเหตุกราดยิงที่การ์ลิก เฟสติวัล หนึ่งในเทศกาลอาหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ในเมืองกิลรอย รัฐแคลิฟอร์เนีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน รวมทั้งมือปืน และบาดเจ็บอีก 15 คน 

จากนั้นในวันที่ 4 ส.ค. 2019 : เกิดเหตุกราดยิงห้างวอลมาร์ต ในเมือง เอลปาโซ รัฐเท็กซัส มีผู้เสียชีวิต 20 คนและบาดเจ็บ 26 คน ผู้ก่อเหตุคือนายแพทริค ครูเซียส ชายผิวขาว วัย 21 ปีจากเมืองอัลเลน ซึ่งอยู่ห่างจากเมือง เอลปาโซ ประมาณ 1,046 กิโลเมตร


ผ่านไปไม่ถึง 12 ชั่วโมง 4 ส.ค.  ก็เกิดเหตุกราดยิงขึ้นอีกที่บริเวณด้านนอกบาร์ ชื่อว่า Ned Peppers ซึ่งตั้งอยู่บนถนน East the Fifth  ในเมืองเดย์ตั้น เขต โอเร-กอน รัฐโอไฮโอ มีผู้เสียชีวิต 8 คน โดยเหยื่อที่อายุน้อยที่สุดคือ เมแกน เบ็ตส์ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของคอร์เนอร์ เบ็ตส์ อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บมีทั้งหมด 27 คน 

สำหรับ 10 เหตุการณ์กราดยิงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของสหรัฐ

อันดับ 1 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2017 :  สตีเฟน แพดด็อค วัย 64 ปี ซุ่มกราดยิงจากชั้น 32 ของโรงแรมใส่ผู้คนที่เข้าร่วมงานคอนเสิร์ตเพลงคันทรีในเมืองลาส เวกัส รัฐเนวาดา มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 คน และบาดเจ็บมากกว่า 400 คน

อันดับ 2 เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2016  :  โอมาร์ มาทีน วัย 29 ปี ก่อเหตุบุกยิงและจับตัวประกันในไนท์คลับ เพาซ์ ซึ่งเป็นไนท์คลับที่มีชื่อเสียงของกลุ่มผู้มีความหลากหลาย LGBTQ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 49 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 50 ราย ผู้ก่อเหตุถูกยิงเสียชีวิตขณะตอบโต้กับตำรวจ


อันดับ 3 วันที่ 16 เม.ย 2007 : เซียงฮุยโช นักศึกษาวัย 23 ปีสัญชาติเกาหลีใต้ ก่อเหตุบุกยิงนักศึกษาในมหาลัยเวอร์จิเนียเทคในรัฐเวอร์จิเนีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยเซียงฮุยโชฆ่าตัวตายก่อนที่ตำรวจจะเข้าจับกุม

อันดับ 4 เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2012  : อดัม แลนซา วัย 20 ปี สังหารมารดา และบุกเข้ายิงนักเรียนและพนักงานในโรงเรียนประถมแซนดีฮุก ในเมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนตทิคัต มีนักเรียนอายุ 6-7 ปี เสียชีวิต 20 ราย และพนักงานของโรงเรียนอีก 6 ราย ผู้ก่อเหตุฆ่าตัวตายก่อนถูกจับกุม


อันดับ 5 ในวันที่ 16 ต.ค. 1991  : จอร์จ เฮนนาร์ด วัย 35 ปี ก่อเหตุขับรถปิกอัพพุ่งชนกำแพงร้านอาหารลูบี้ส์ในเมืองคิวทีน รัฐเท็กซัส และใช้ปืนกราดยิงคนในบริเวณดังกล่าว จนมีผู้เสียชีวิต 23 ราย ผู้ก่อเหตุฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา

อันดับ 6 เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 1984 : เจมส์ ฮิวเบอร์ตี วัย 41 ปี ใช้ปืนลูกซองและปืนพกสังหารคน 21 คน ในร้านแมคโดนัลด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ก่อเหตุถูกวิสามัญฆาตกรรม 1 ชั่วโมงหลังก่อเหตุ


อันดับ 7 ในวันที่ 1 ส.ค. 1966 :  โจเซฟ วิทแมน วัย 25 ปี สังหารมารดาและภรรยา ก่อนจะกราดยิงคนจากบนตึกของมหาวิทยาลัยเท็กซัส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย ก่อนจะถูกตำรวจวิสามัญ

อันดับ 8 ในวันที่  2 ธ.ค. 2015 :  ซายิด ฟารุก และ ทัชฟีน มาริก คู่สามีภรรยาก่อเหตุกราดยิงผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงในโอกาสเทศกาลวันหยุดของศูนย์บริการผู้ทุพพลภาพใน อินแลนด์ รีเจียนนอล เซนเตอร์ เมืองซาน เบอร์นาดิโน รัฐแคริฟอร์เนีย มีผู้เสียชีวิต 14 ราย ผู้ก่อเหตุถูกสังหารขณะยิงตอบโต้กับตำรวจระหว่างหลบหนี


อันดับ 9 เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 1986 :  แพทริก เชอร์ริล ซึ่งทำอาชีพไปรษณีย์ สังหารเพื่อนร่วมงาน 14 ราย ในเมืองเอดมอนด์ รัฐโอกลาโฮมา ก่อนจะยิงฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา

อันดับ 10 เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2009  : พ.ต. นิดาล ฮาสัน วัย 47 กราดยิงคนภายในป้อมปราการฮู้ด ในรัฐเทกซัส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และ บาดเจ็บอีก 32 ราย  ผู้ก่อเหตุถูกศาลทหารตัดสินจำคุกตลอดชีวิต