1
shared

เหตุระเบิดในกรุงเทพ กระทบตลาดหุ้นระยะสั้น

6 สิงหาคม 2562 10:11 29
นักวิเคราะห์ ชี้ เหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในกรุงเทพ มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในเชิงจิตวิทยาระยะสั้น เหตุหุ้นร่วงมาจากปัจจัยภายนอก ก่อนรีบาวน์กลับมาได้

        ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์   โดยตลาดถูกกดดันในช่วงต้นสัปดาห์จากความกังวลว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/62  มีทิศทางที่จะค่อนข้างอ่อนแอดัชนีหุ้นไทยลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,684.71 จุด ลดลง 1.94% จากสัปดาห์ก่อน  ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 60,780.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.07% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ลดลง 2.71% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 363.21 จุด 


         อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นมาได้เล็กน้อยช่วงกลางสัปดาห์   ก่อนจะร่วงลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ หลังเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไป ประกอบกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม  ซึ่งทำให้นักลงทุนกลับมากังวลประเด็นสงครามการค้าอีกครั้ง นอกจากนี้ สถานการณ์ในประเทศก็น่าจะเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมของตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

        ขณะที่ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีคนร้ายลอบวางระเบิดในหลายพื้นที่ จนมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยทันที โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับลดลงอย่างหนักระหว่างการซื้อขายถึง 27.78 จุด ก่อนจะรีบาวน์มาปิดที่ระดับ 1684.71 จุด  ลดลง 15.04 จุด  หรือ 0.88% มูลค่าการซื้อขาย 82,045 ล้านบาท  


        อย่างไรก็ตาม ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า  เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาระยะสั้นเท่านั้น  พร้อมทั้งแนะนำนักลงทุนอย่าตื่นตระหนก เพราะไม่เกี่ยวข้องพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทุกอย่างยังดำเนินตามปกติ  โดยดัชนี SET Index ที่ปรับตัวลงแรงเมื่อวันศุกณ์ เป็นไปตามตลาดหุ้นทั่วโลก     


      ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผย  ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับลดลงแรงในช่วงเช้ากว่า 20 จุด เชื่อว่าเป็นผลกระทบจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายในประเทศ และเชื่อว่าหากหน่วยงานความมั่นคงมีมาตรการรองรับที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เชื่อว่าจะไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันพื้นฐานเศรษฐกิจไทยค่อนข้างดี

        สำหรับ สัปดาห์ถัดไป (5-9 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,670 และ 1,650 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,700 และ 1,715 จุด ตามลำดับ 

        โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ สถานการณ์ในประเทศ และผลการประชุมนโยบายการเงินของกนง. (7 ส.ค.) สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงสถานการณ์ Brexit ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI Composite เดือนก.ค.ของยูโรโซน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/62 ของญี่ปุ่น รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคเดือนก.ค.ของจีน