3
shared

จับตา! เฟดลดดอกเบี้ย สัญญาณเตือนเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

2 สิงหาคม 2562 07:19 125
จับตาเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ทศวรรษ ส่งสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

วันนี้ (2 ส.ค.62) ธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ทศวรรษ ซึ่งไม่ได้สร้างความแปลกใจให้แก่บรรดานักลงทุนเพราะทางการสหรัฐได้กล่าวถึงเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ที่น่าจับตามองคือทาง FED ยังย้ำว่า อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้

การตัดสินใจดังกล่าวของ FED แม้จะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นคำเตือนเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

โดยในการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐหรือ FOMC ในระหว่างวันที่ 30 -31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ0.25 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอยู่ในช่วงร้อยละ2ถึงร้อยละ2.25 เป็นการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 ซึ่งเป็นช่วงที่ทั่วโลกเผชิญกับวิกฤตทางการเงิน 

บรรดานักวิเคราะห์มองว่า การที่เฟดลดอัตราดอกเบี้ยเป็นการส่งสัญญาณถึงการลดลงของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ แทนการพูดว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังอ่อนแอ โดยปัจจุบันอัตราคนว่างงานของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี ขณะที่ตลาดหุ้นวอลสตรีทยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นสภาพที่ไม่น่าจะเหมาะต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

สาเหตุของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ประการแรกเป็นผลกระทบของสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเห็นได้จากภาคการผลิตที่เริ่มชะลอตัว และรายได้ของสถานประกอบการลดลง

ประการที่สอง อัตราการขยายตัวของสหรัฐในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ร้อยละ 1.8 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 คือร้อยละ 3.1 และมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะยังขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ8 ในแต่ละไตรมาสไปจนถึงปลายปี 2563 

เป็นที่น่าสังเกตุว่า ที่ผ่านมา เฟดจะดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างระมัดระวังและรอบคอบ โดยไม่สนใจต่อแรงกดดันของประธานาธิบดีสหรัฐ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างยิ่ง แม้ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 จะไม่สร้างความแปลกใจให้แก่บรรดานักลงทุนมากนัก แต่ก็ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความผิดหวัง โดยเขาได้ทวิตข้อความตำหนินายเจอโรม พาวเวลล์ ว่า ยังดำเนินการไม่เพียงพอ และไม่สามารถเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐให้เป็นร้อยละ 3 ในปีนี้ และสูงขึ้นในปีต่อๆไปตามคำมั่นที่ให้ไว้ 

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกร้องหลายครั้งให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่นายเจอโรม อ้างว่าการที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เนื่องจากความไร้เสถียรภาพของเศรษฐกิจ รวมทั้งการทำสงครามการค้าของสหรัฐกับจีนและยุโรป ซึ่งทำให้อัตราการลงทุนลดลง

อย่างไรก็ตาม การที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาจทำให้เกิดการลดอัตราดอกเบี้ยในทั่วโลกในลักษณะ "โดมิโน เอฟเฟค" โดยหลังการตัดสินใจดังกล่าวของ FED เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ธนาคารกลางบราซิล ก็ได้ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0. 5 จากระดับร้อยละ 6.5 ที่คงไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 

ขณะที่ ธนาคารประชาชนจีนหรือ PBOC ก็อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น เพื่อช่วยเหลือสถานประกอบการจีนที่กำลังประสบปัญหาจากสงครรามการค้า

ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางยุโรปก็อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ โดยประธานธนาคารกลางญี่ปุ่นเปิดเผยว่า พร้อมที่จะปฏิบัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจถ้าจำเป็น 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรปได้แสดงความวิตกกังวลว่า มาตรการผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยของเฟด อาจทำให้ค่าเงินยูโรแข็งขึ้น ทำให้ธนาคารกลางยุโรปต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในกาแข่งขันให้กับเศรษฐกิจของอียู