1
shared

เจาะกระแส “Libra coin” สกุลเงินดิจิทัลใหม่น่าจับตา

5 สิงหาคม 2562 20:49 182
"ลิบร้า"สกุลเงินดิจิทัลใหม่ที่น่าจับตา แม้ประเทศส่วนใหญ่จะยังไม่ยอมรับ แต่ก็มีหลายฝ่ายที่มองว่าเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่น่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก และสะเทือนวงการดิจิทัลแบงก์กิ้ง

เมื่อไม่นานมานี้ เฟซบุ๊กได้เปิดตัว ลิบร้า (Libra)  สกุลเงินดิจิทัลที่เฟซบุ๊กร่วมกับพันธมิตร 28 บริษัท โดยมีจุดยืนสำคัญคือ การเป็นสกุลเงินของโลก (Global Currency) หรือเป็นสกุลเงินเดียวที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนและทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก ทำให้เกิดเป็นกระแสเป็นอย่างมาก  ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ


โดยลิบร้า  เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่เฟซบุ๊ก ร่วมกับพันธมิตร 28 บริษัท อาทิ PayPal, Visa, MasterCard, eBay, Spotify, Uber ก่อตั้งขึ้นในนามของ สมาคมลิบรา (The Libra Association) องค์กรไม่แสวงผลกำไร   ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ทำหน้าที่เหมือนธนาคารกลางของประเทศต่างๆ คือควบคุมเงินสกุลหรือสินทรัพย์ที่จะแลกเปลี่ยนเป็นลิบร้า ลิบร้ามีมูลค่าสินทรัพย์หนุนหลังเป็นทองคำและเงินตราต่างประเทศ โดยมี 6 สกุลเงินหนุนอยู่    ซึ่งสมาคมลิบร้าเอง มีเป้าหมายที่จะช่วยให้ผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร ไม่ได้อยู่ในระบบการเงิน สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จะมีค่าเงินมั่นคง (Stable Coin) ไม่ผันผวนอย่างบิทคอยน์ อีกทั้งยังตั้งเป้าจะเริ่มใช้สกุลเงินลิบราได้ในปี 2020 ซึ่งเมื่อเริ่มใช้จริง ตัวกลางของการทำธุรกรรมจะถูกตัดออก หรือได้รับผลกระทบ เช่น ธนาคาร จากที่เคยเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงินก็จะเก็บไม่ได้ เพราะลิบร้าจะเข้ามาช่วยให้ค่าธรรมเนียมต่ำลงมาก เนื่องจากไม่ต้องมีตัวกลางในการทำธุรกรรมและมีต้นทุนต่ำ    แต่เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาไม่มั่นใจในด้านการกำกับดูแล และหวั่นว่าจะเป็นเส้นทางฟอกเงิน และจะกระทบค่าเงินดอลลาร์ ภาครัฐจึงเบรกการพัฒนาเงินลิบราไว้ก่อน 

 


นางทิพยสุดา ถาวรามร  ประธานสมาคมฟินเทคประเทศไทย   กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วหลายคนจะได้ยินคำว่า ICO ซึ่งคือการใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่ โดยขณะนั้นมีเทคโนโลยีออกมาใหม่จำนวนมาก  เพื่อเข้ามาปฏิวัติการระดมทุนให้มีความสะดวกรวดเร็วและง่ายมากขึ้นกว่ายุคก่อน ทำให้หลายคนมองว่าคริปโตเคอร์เรนซี่ หรือบิทคอยล์ เป็นเครื่องมือในการเกร็งกำไร เนื่องจากมีความผันผวนที่สูงมาก



 ขณะที่ ลิบร้า จะพยายามแก้ไขจุดด้อยของบิทคอยล์ โดยหวังจะทำให้ลิบร้าสามารถนำไปแลกกับสกุลเงินอื่นๆ ทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าหากทำได้จริงจะทำให้ลิบร้า กลายเป็นค่าเงินดิจิทัลที่มีเสถียรภาพ และมีความผันผวนต่ำ ต่างจากบิทคอยล์ที่มีความผันผวนสูง



อย่างไรก็ตาม ลิบร้ายังไม่เป็นที่ยอมรับโดยรัฐบาลต่างๆทั่วโลก เพราะระบบของเฟซบุ๊คที่เป็นบริษัทผู้ก่อตั้ง มักจะมีปัญหาออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แแต่ปัญหาที่แท้จริงที่รัฐบาลต่างๆ ยังไม่ยอมรับสกุลเงินลิบร้าของเฟซบุ๊ค ก็คือ ประชาชนในประเทศจะมีทางเลือกในการชำระสินค้าและบริการอีกทาง รวมไปถึงประเทศที่มีค่าเงินไม่มีเสถียรภาพ อาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้ประชาชนในประเทศตัวเอง หันไปถือเงินลิบร้าแทนสกุลเงินของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการเสียเสถียรภาพในการควบคุมของรัฐบาล


ด้าน นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรีคอนซูเมอร์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า เมื่อไรก็ตามที่ลิบร้ามีการประกาศใช้อย่างจริงจังขึ้นมา เชื่อว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากกว่าคริปโตเคอร์เรนซี่ หรือบิทคอยล์เสียอีก เนื่องจากลิบร้ามีระบบการพิสูจน์การทำรายการแบบปิด ซึ่งจะสามารถทำให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ รวดเร็วขึ้นไปเป็นอย่างมาก  นอกจากนี้ยังมีตัวตนของผู้ออกสกุลเงินนั่นคือเฟซบุ๊ค แต่บิทคอยน์ ไม่อาจทราบได้ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างที่ลิบร้าจะทำได้ดีกว่าบิทคอยล์   ขณะเดียวกัน วิธีการได้มาของลิบร้าจะง่ายกว่าบิทคอยล์เป็นอย่างมากโดยที่มีเงินสดสกุลเงินใดในโลกก็สามารถนำไปแลกซื้อลิบร้าได้ ซึ่งก็นับเป็นอีกปัจจัยที่คาดว่าจะทำให้มีคนใช้ลิบร้ากันอย่างแพร่หลาย หากมีการประกาศให้ใช้อย่างเป็นทางการ



ทั้งนี้ บริการทางการเงินแบบดิจิทัลในปัจจุบัน ยังคงมีข้อจำกัดเนื่องจากต้องผูกการชำระเงินต่างๆ เข้าไว้กับบัตรเครดิต เมื่อเป็นเช่นนี้จึงยังเกิดช่องว่างในการเข้าถึงบริการ แต่ลิบร้าจะใช้ข้อได้เปรียบที่เหนือกว่า โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกันในบัตรเครดิตอีกต่อไป แค่มีเงินลิบร้าก็สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ และชำระเงินแบบดิจิทัลได้ในทันที และอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ GDP โลกมีการเติบโตมากขึ้นด้วย



ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตั้งทีมศึกษา และเตรียมหารือกับเฟซบุ๊กภายในปีนี้   โดยนางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงิน และเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงว่า กรณีที่เฟซบุ๊กจะใช้เงินสกุลดิจิทัล ลิบร้า ที่ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้น  ขณะนี้ ธปท.ได้ตั้งทีมศึกษาและติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด และได้รับการติดต่อจากเฟซบุ๊ก เพื่อหารือร่วมกันในเรื่องดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเจรจาร่วมกันได้ภายในปีนี้     ซึ่งสิ่งที่แบงก์ชาติกังวลในเรื่องความปลอดภัยเสถียรภาพระบบจะมีข้อกำหนดอย่างไร การนำไปใช้ในช่องทางที่ไม่สุจริต การดูแลผู้ใช้บริการในเวลาที่มีปัญหา ซึ่งจะต้องพิจารณาให้ละเอียดและรอบคอบ มองประชาชนเป็นที่ตั้ง รวมถึงเรื่องความสะดวกและความเสี่ยง


แม้ขณะนี้ "ลิบร้า คอยน์" จะถูกรัฐบาลสหรัฐเบรกไว้ แต่ก็มีหลายๆประเทศที่เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสกุลเงินดิจิทัลใหม่นี้ เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่หลายฝ่ายต่างก็ตื่นตัวกับกรณีดังกล่าวไม่น้อย  ซึ่งก็เชื่อว่าหากเฟซบุ๊กสามารถผลักดันสกุลเงิน ลิบร้าออกมาได้จริง ก็อาจจะกลายเป็น "ยุคเปลี่ยนผ่าน"  ของระบบการเงินโลกเลยก็เป็นได้ 

CR:ภาพวิกิพีเดีย 



icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง