2
shared

จับตาประมูลเมกะโปรเจกต์ 'คมนาคม' ยุค 'รมต.ภูมิใจไทย'

1 สิงหาคม 2562 09:59 168
จับตาประมูลเมกะโปรเจกต์ 'กระทรวงคมนาคม' ยุค 'รมต.พรรคภูมิใจไทย'

แบ่งงาน “ลงตัว” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับงานในกระทรวงคมนาคม และก็เรียกได้ว่า “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม จาก “พรรคภูมิใจไทย” ได้เข้าไปกุมบังเหียนหน่วยงาน “เกรด A” ที่มีงบจัดซื้อจัดจ้างสูงนับล้านล้านบาท แทบจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด 

หากลองมาไล่ดูหน่วยงานในกำกับของรัฐมนตรีแต่ละท่าน จะเห็นได้ว่า รมต.ศักดิ์สยาม คุมงานหน่วยงานสำคัญๆ ซึ่งมีโครงการที่รอการประมูลไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น กรมทางหลวง ,บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. , การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ,การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นต้น

ส่วนรัฐมนตรีอีก 2 คน แม้ว่าจะมีบทบาทไม่มากนัก แต่ก็ถือได้ ต่างก็มี “เผือกร้อน” อยู่ในมือ เช่น “ถาวร เสนเนียม” รมช.คมนาคม จาก “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ต้องเข้าไปกำกับดูแลบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการเสนอแผนจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทย 38 ลำ วงเงินสูงถึง 1.56 แสนล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ

ในขณะที่ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” รมช.คมนาคม รัฐมนตรีจากพรรค “พลังประชารัฐ” แม้ว่า จะได้คุมงานหน่วยงานที่มีงานไม่มากนักอย่างกรมเจ้าท่า แต่ก็มี “เผือกร้อน” ที่ต้องเข้าไปรับมือ นั่นก็คือ การเปิดประมูลโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 วงเงินลงทุน 84,361 ล้านบาท ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

เพราะแม้ว่าขณะนี้จะได้ผู้ชนะประมูลแล้ว รอเพียงเสนอครม.อนุมัติ แต่ก็ยังไม่วายที่มี “ข้อครหา” ว่า การประมูลอาจไม่ชอบมาพากล เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกฯ ตัดสินใจเลือกกลุ่มบริษัทพลังงานเป็นผู้ชนะประมูล ทั้งๆที่เสนอผลตอบแทนให้รัฐ 1.2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่คู่แข่ง ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือ เสนอผลตอบแทนให้รัฐสูงถึง 26,000 ล้านบาท แต่ต้องพ่ายแพ้ไป เพราะยื่นเอกสาร “ไม่ครบ”  


ทีนี้หากโฟกัสไปที่หน่วยงานที่ “รมต.ศักดิ์สยาม” รับผิดชอบกันหน่อย โดยพิจารณาเฉพาะหน่วยงานสำคัญ จะพบว่ามีโครงการที่ครม.อนุมัติแล้ว และเตรียมเปิดประมูล รวมถึงโครงการที่อยู่ในแผนที่จะดำเนินการในระยะเร่งด่วนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว 

ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง ซึ่งในปีนี้ “กรมทางหลวง” มีแผนเสนอโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติอย่างน้อย 2 โครงการ ได้แก่ มอเตอร์เวย์ สายนครปฐม-ชะอำ วงเงิน 79,006 ล้านบาท  และมอเตอร์เวย์ สายหาดใหญ่-ปะดังเบซาร์ วงเงิน 57,022 ล้านบาท

 ในขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีโครงการลงทุนเพื่อขยายสนามบินหลายแห่ง โดยเฉพาะการลงทุนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทอท.เตรียมเปิดประมูลโครงการที่ได้รับอนุมัติจากครม.แล้ว ในอีกไม่นานนี้ ซึ่งมี 2 โครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 วงเงิน 42,084 ล้านบาท และการก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 วงเงิน 21,795 ล้านบาท 


ขณะเดียวกัน ในส่วนของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งปีนี้จะมีการเปิดประมูลรถไฟฟ้าหลายสาย เช่น  รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) วงเงินลงทุน 101,112 ล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ และการเดินรถ วงเงิน 130,000 ล้านบาท


ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีโครงการที่ได้รับอนุมัติจากครม.แล้ว และเตรียมประมูลมูลค่าเกือบ 4.5 แสนล้านบาท เช่น ถถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 7 เส้นทาง วงเงิน  273,382 ล้านบาท , รถไฟทางคู่สายใหม่ บ้านไผ่-นครพนม 66,848 ล้านบาท และรถไฟทางคู่สายใหม่ เด่นชัย-เชียงของ วงเงิน 85,345 ล้านบาท รวมถึงรถไฟชานเมืองสายสีแดง 3 โครงการ วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท 


ในขณะที่ “รมต.ศักดิ์สยาม” ยืนยันต่อสาธารณชนผ่านสื่อว่า กระทรวงคมนาคมยุคนี้ จะ “ไม่มีค่าโง่แน่นอน” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นอีกยุคหนึ่งที่หลายฝ่ายต่างก็จับจ้องมาที่กระทรวงคมนาคมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน  เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คือ “อนุทิน ชาญวีรกุล” รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข และครอบครัว “ชาญวีรกุล” นั้น ปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทรับเหมาก่อสร้าง อย่าง บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น หรือ STEC ซึ่งร่วมประมูลเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ซิโน-ไทย มีสัญญาก่อสร้างงานของกระทรวงคมนาคมนับหมื่นล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นสัญญาก่อสร้างถนน ทางด่วน รถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าหลายหมื่นล้านบาท  

และแม้ว่าปัจจุบันการบริหารงานของ “ซิโน-ไทย” จะอยู่ภายใต้การบริหารของ “ซีอีโอมืออาชีพ” อย่าง “ภาคภูมิ ศรีชำนิ” กรรมการผู้จัดการ ซิโน-ไทย แต่ทุกย่างก้าวของ “ซิโน-ไทย” ล้วนแล้วอยู่ในสายตาของคนในตระกูล “ชาญวีรกุล” ตลอดเวลา ในฐานะเป็นผู้ถือใหญ่ในสัดส่วนกว่า 20% ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า ล่าสุด "อนุทิน ชาญวีรกุล" ยังคงถือหุ้น STEC ในนามส่วนตัว คิดเป็นสัดส่วน 4.69% 

ในขณะที่คนในตระกูล “ชาญวีรกุล” ถือหุ้น STEC ในนามบริษัท บริษัท ซี.ที.เวนเจอร์ จำกัด ในสัดส่วน 15.35% หลังจากเมื่อกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา “ต้นสน-นัยน์ภัค ชาญวีรกูล” ลูกสาวคนโตของ “อนุทิน”  และ “เป๊ก-เศรณี ชาญวีรกูล” ลูกชายคนเล็กของ “อนุทิน” ขายหุ้น STEC รวมกัน 15.35% ให้กับ บริษัท ซี.ที. เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งมี “นัยน์ภัค” และ “เศรณี” ถือหุ้นคนละ 49.99%

และก็แน่นอนว่า มีประเด็นร้อนๆที่จะเป็นบทพิสูจน์ในการทำหน้าที่รัฐมนตรีของ “ศักดิ์สยาม” นั่นก็คือ การเปิดประมูลก่อสร้างงานโยธา โครงการทางด่วน สายพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก ซึ่ง บริษัท ซิโน-ไทย เข้าร่วมประมูล 3 สัญญา จากทั้งหมด 4 สัญญา 

แต่ต้อง “แพ้” ให้กับบริษัทรับเหมาของจีนและบริษัทร่วมทุนจากไทย ที่เสนอราคาก่อสร้างต่ำกว่าเป็นพันล้านต่อสัญญา ต่อมามีการร้องเรียนไปยังบอร์ด กทพ. ขอให้ล้มการประมูล เนื่องจากผู้รับเหมาจีนอาจมีคุณสมบัติไม่ครบ


บอร์ดกทพ. ระบุว่า บอร์ดกทพ.ยังไม่อนุมัติผลการประมูล เนื่องจากมีการร้องเรียนที่มีนัยสำคัญทางเงื่อนไขด้านเทคนิคที่เกี่ยวกับด้านกฎหมาย และกระบวนการของสัญญา 1-4 จึงต้องมีการตรวจสอบอีก 1 สัปดาห์ และสมมุติว่า หากบอร์ดกทพ. มีมติไม่อนุมัติผลประมูลทั้ง 4 สัญญา ก็ไม่แคล้วที่ “รมต.ศักดิ์สยาม” อาจโดนข้อครหาไปด้วยว่า เอื้อประโยชน์ให้กับบางบริษัทหรือไม่

นี่เป็นแค่หนังตัวอย่าง และต่อจากนี้ไป หาก “ซิโน-ไทย” เข้าร่วมประมูลโครงการใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า หรือก่อสร้างสนามบิน 

และแม้ว่า “ซิโน-ไทย” จะเข้าร่วมประมูลด้วยความโปร่ใส “ไม่มีนอก-ไม่มีใน” ก็คงไม่แคล้วที่ “รมต.ศักดิ์สยาม” ถูกจับตามองเป็นอยู่ดี และหมิ่นเหม่ที่จะเจอข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องหรือไม่