1
shared

"เซ็นทรัล รีเทล" ควบกิจการ ดันแบรนด์เข้าตลาดหุ้น

31 กรกฎาคม 2562 12:53 126
"เซ็นทรัล รีเทล" ได้รวมกิจการค้าปลีกในเครือทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจด้านค้าปลีกที่มีศักยภาพหวังเชื่อมประสบการณ์ช้อปปิ้งทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมประกาศตัวเตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

วันนี้ (31 ก.ค.) นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการถอนหุ้นบริษัทในเครือออก และ 3 ปีที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการควบรวมกิจการและดำเนินการภายใต้ชื่อเซ็นทรัลรีเทล ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกและปีนี้เป็นปีที่ 72 ซึ่งธุรกิจของเซ็นทรัลรีเทลเป็นในส่วนของธุรกิจค้าปลีก และที่ผ่านมาก็เป็นผู้นำทางด้านห้างสรรพสินค้าในภูมิภาคมาโดยตลอด 

ทั้งนี้ เซ็นทรัล ต้องการสร้างประสบการณ์การค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่เข้าสู่โลกดิจิตอลมากขึ้นดังนั้นจึงต้องการก้าวเข้าสู่ OmniChannel ซึ่ง สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการจับจ่ายใช้สอย อย่างไร้รอยต่อระหว่างออฟไลน์สู่ออนไลน์ สังเกตจากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเส้นโค้งสามารถทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านห้างสรรพสินค้าของภูมิภาค จากเดิมที่บริษัทเซ็นทรัลรีเทลเป็นบริษัทค้าปลีกภายในประเทศก็จะถูกขยายเป็นบริษัทระดับโลก 

โดยเซ็นทรัล รีเทล เตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยการควบรวมกิจการของบริษัทต่างๆในเครือทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา โรงแรมเซ็นทารา ได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ในปี 2533 โดยตลอดระยะเวลา 29 ปี มูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 29 เท่าตัว จากมูลค่า 1,600 ล้านบาท ขึ้นเป็น 4,657 ล้านบาท ในปี 2562 และ CPN เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2538 มูลค่าเมื่อเข้าตลาดอยู่ที่ 8,900 ล้านบาท และในปี 2562 มูลค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 332,112 ล้านบาท หรือประมาณ 37.3 เท่า 

ด้าน ดร.ประสาน ไตรรัตน์วรกุล  ประธานกรรมการเซ็นทรัล รีเทล ระบุว่า สำหรับปัจจัยที่จะสนับสนุนให้กลุ่มเซ็นทรัลรีเทลเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้มีอยู่ทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่

1). เศรษฐกิจมหภาคที่เอื้อต่อการพัฒนา : ซึ่งที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกจะมีการชะลอตัวอยู่บ้างแต่ก็มีการเติบโตได้อย่างน่าพอใจ ทั้งในไทย, เวียดนามและอิตาลี ในส่วนของประเทศไทยเองพบว่า ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา GDP มีการเติบโตอยู่ในระดับที่น่า พึงพอใจ ซึ่งอัตราการพัฒนาระหว่างชุมชนเมืองและชุมชนในต่างจังหวัดอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันรวมถึงจำนวนประชากรในปัจจุบันมีประชากรที่อยู่ในวัยทำงานอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งขณะเดียวกันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็มีการเติบโต มากยิ่งขึ้นโดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวถึง 37.4 ล้านคน และคาดว่าในปี 2023 จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยถึง 52 ล้านคน ซึ่งในประเทศไทยมี 3 เมืองที่ติด 20 อันดับ เป้าหมายที่นักท่องเที่ยวต้องการจะเดินทางมามากที่สุดในโลก

2). ผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพ : ความสามารถของผู้บริหาร ที่มีประสบการณ์จากหลากหลายประเภทและหลากหลายเชื้อชาติ จะสามารถนำเข้ามาสร้างความเจริญให้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3). วัฒนธรรมองค์กร : เซ็นทรัลที่มี ความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคมการใช้ชีวิต แวะมาที่บ้านที่แสดงให้สาธารณชนเห็นอยู่ตลอดเวลาและสิ่งเหล่านี้มีผลสำคัญต่อการทำธุรกิจอยู่เสมอ โดยมีเป้าหมายให้ทางธุรกิจและสังคมเติบโตไปพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมการลดการใช้ขยะมูลฝอยการสร้างห่วงโซ่อุปทานให้เกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ

ขณะที่ นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเซ็นทรัล รีเทล ระบุว่า สาเหตุหนึ่งที่เซ็นทรัลสามารถที่จะอยู่ดำรงมาได้ถึง 72 ปีนั่นคือการพร้อมที่จะปรับตัวอยู่เสมอและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นผู้นำในตลาด โดยปีที่ผ่านมาในกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยการเสริมสร้างและปรับปรุงธุรกิจให้ดีมากยิ่งขึ้น รวมถึงสร้างโมเดลธุรกิจใหม่

icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง