0
shared

กกต.ขออย่านำพรรคการเมืองไปแสวงหาผลกำไร

26 กรกฎาคม 2562 13:04 44
กกต. ชี้แจงการใช้จ่ายเงิน 77 พรรค พบส่วนใหญ่พลาดเรื่องเอกสาร แต่ไม่ถึงขั้นผิด พร้อมอย่านำพรรคการเมืองไปแสวงหาผลกำไร

วันนี้ (26ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการใช้จ่ายเงินให้กับ 77 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ประจำปี 2562 เนื่องจาก พ.ร.ป.พรรคการเมือง ตามรัฐธรรมนูญมีหลักการและรายละเอียดสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปจากกฎหมายพรรคการเมืองฉบับเดิม การดำเนินงานและแนวทางการปฏิบัติของพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมือง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็มีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นจึงต้องมีการชี้แจงแนวทางใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง การรายงาน การตรวจสอบ การเรียกคืน การลด และการงดเงินอุดหนุนของพรรคการเมือง รวมทั้งการติดตาม และการประเมินผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ระเบียบและประกาศต่างๆ เพื่อให้พรรคการเมืองเกิดความเข้าใจและสามารถใช้จ่ายเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่สามารถนำเงินกองทุนไปอุดหนุนได้ แต่การเลือกตั้งครั้งต่อไปที่ไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไหร่สามารถนำเงินกองทุนไปใช้ได้แน่นอน และเมื่อมีสภาแล้ว หากมีปัญหาอะไรขอให้ไปพูดกันในสภา อย่ามาเรียกร้องด้วยการเดินถนน

จากนั้น นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ด้านพรรคการเมือง กล่าวถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก่อนและภายหลังการเลือกตั้ง โดยกล่าวว่า ที่ผ่านมาการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง มีข้อจำกัด แต่ก็มีคำสั่ง คสช.ที่ช่วยเปิดโอกาสให้ เช่นการทำไพรมารีโหวต เพื่อให้ทันการเลือกตั้ง แต่หลังจากนี้ไปจะเป็นการบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ ซึ่งถ้าจะมีการเลือกตั้งในกรณีครบวาระ คือ อีก 3 ปี 8 เดือน พรรคการเมืองทุกพรรคจะต้องมีสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งถ้าจะส่งผู้สมัครครบทุกเขต จะต้องมีสาขาพรรคการเมือง 350 สาขา และมีตัวแทนพรรคการเมือง ทั้งนี้ ตามขั้นตอนการตั้งสาขาพรรคการเมือง ต้องใช้เวลา 4- 8 เดือน

นายแสวง กล่าวถึงเรื่องการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ว่า ไม่ค่อยพบการร้องเรียนว่ามีการทำผิดกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่ที่พบมักเป็นเรื่องความผิดพลาดของเอกสาร เช่นเรื่องการเงิน การระดมทุน การบริจาค ที่กรอกหลักฐานการรายงานไม่ครบ แค่ไม่ถึงขั้นเป็นความผิดส่วนการร้องเรียนพรรคการเมือง ตามกฎหมายพรรคการเมือง

นายแสวง กล่าวว่า มีการร้องเรียนจำนวนมาก และมีมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พรรคการเมืองทำไม่ถูก กฎหมายปฏิบัติยาก หรือเป็นเรื่องทางการเมือง ซึ่งทุกคำร้องล้วนแต่ขอให้ยุบพรรค ทั้งที่ความผิดไม่ถึงขั้นยุบพรรค และพบว่าประชาชนร้องพรรคการเมือง มากกว่า พรรคการเมืองร้องพรรคการเมือง ทั้งนี้ กกต.ตรวจสอบให้ทุกคำร้อง ขออย่าตำหนิเรื่องเวลาการเร่งดำเนินการ

นายแสวงกล่าว และว่า อย่านำพรรคการเมืองไปแสวงหาผลกำไร ซึ่งรายได้ของพรรคการเมืองให้ทำตามกฎหมาย จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่า เอาพรรคการเมืองไปแสวงหาผลกำไร

สำหรับการอนุมัติจัดสรรเงินอุดหนุน ให้ 77 พรรค จำนวน 112,413,603.74 บาท พรรคที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนมากที่สุดคือ พรรคประชาธิปัตย์ 16,838,239.43 บาท รองลงมาคือ พรรคพลังประชารัฐ 12,748,840.16 บาท, พรรคเพื่อไทย 12,654,136.50 บาท, พรรคอนาคตใหม่ 12,427,577.21 บาท, พรรคไทยรักธรรม 11,095,853.90 บาท, พรรคภูมิใจไทย 7,112,093.62 บาท, พรรคเสรีรวมไทย 4,831,645.50 บาท โดยพรรคที่ได้รับเงินกองทุนน้อยที่สุด คือ พรรคพลังเพื่อไทย 15,536.86 บาท