8
shared

เตือนนายจ้างระบบประกันสังคมอย่าเบี้ยวเงินสมทบ

25 กรกฎาคม 2562 16:28 286
สปส.เตือนนายจ้างระบบประกันสังคม อย่าปิดบังซ่อนเร้น ไม่ยอมจ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้าง หากตรวจพบต้องจ่ายทั้งเงินสมทบพร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน

วันนี้ (25ก.ค.62) นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามนายจ้างค้างชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมทั่วประเทศ ในปี 2562 ว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. ที่ผ่านมา สปส. ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินของสถานประกอบการที่ค้างชำระกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน โดยแยกเป็นอายัดทรัพย์สิน 8,700 ราย ถอนยึดอายัดทรัพย์ 180 ราย ยื่นคำขอรับชำระหนี้ 67 ราย แบ่งเป็นกรณีพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 66 ราย กรณีฟื้นฟูกิจการ 1 ราย รวมเงินที่ สปส. ติดตามมาได้ทั้ง 2 กองทุน คือ กองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน จำนวน 70,015,257.96 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากนายจ้างหักเงินสมทบในส่วนของลูกจ้าง ผู้ประกันตน แต่ไม่ยอมนำส่ง สปส. เมื่อลูกจ้าง ผู้ประกันตน ไปขอรับประโยชน์ทดแทนจาก สปส. กลับไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ 

เลขาธิการ สปส. กล่าวอีกว่า หากในกรณีนายจ้างไม่มาพบตามหนังสือเชิญ สปส.จะดำเนินคดีฐานขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้จะจัดส่งรายชื่อนายจ้างค้างชำระหนี้และประวัติไม่ดีให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยกัน ในกรณีที่นายจ้างต้องการความช่วยเหลือทางด้านที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน ทาง สปส. จะจัดส่งคณะทำงานเข้าช่วยเหลือ 

สำหรับนายจ้างที่มีเจตนาไม่ชำระเงิน หรือไม่ใส่ใจในข้อกฎหมาย ใด ๆ จะใช้มาตรการดำเนินการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน และหากมีมูลหนี้สูงจะทำ การฟ้องล้มละลาย สำหรับนายจ้างที่ปิดกิจการไปแล้ว สปส.ก็มีมาตรการเร่งติดตามนายจ้าง เพื่อจะดำเนินการเช่นเดียวกับสถานประกอบการที่มีสถานะยังดำเนินกิจการอยู่ จึงขอเตือนนายจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม อย่าปิดบังซ่อนเร้น ไม่ยอมจ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้าง หากสปส. ตรวจพบ นายจ้างจะต้องจ่ายทั้งเงินสมทบพร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่นำส่ง หรือส่วนที่ขาดอยู่จนครบ และถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย