4
shared

แม่ร้องปวีณา! ลูก ม.1 ถูกข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียนครูแจกยาคุม

25 กรกฎาคม 2562 11:50 1292
แม่ร้องมูลนิธิปวีณาฯ ลูกสาวชั้น ม.1 ถูกรุ่นพี่ ม.3 ข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียนจังหวัดนครราชสีมา ครูรู้เรื่องแต่ไม่แจ้งผู้ปกครอง กลับให้เด็กกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจนต้องเข้าโรงพยาบาล แถมโรงเรียนเรียกค่าปรับ 1 หมื่น หากไม่ให้ลูกกลับไปเรียน

ตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา พานักเรียนหญิงชั้น ม.วัย 13 ปี ไปชี้จุดเกิดเหตุบริเวณห้องน้ำภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอโนนสูง เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับนักเรียนชายรุ่นพี่ อายุ 16 ปี ที่เรียนอยู่ชั้น ม.โรงเรียนเดียวกัน หลังก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงในห้องน้ำ ก่อนถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหา "พรากผู้เยาว์ และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี" ขณะนี้ถูกส่งตัวฟ้องศาลตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว


แต่เนื่องจากคดีนี้ มีข้อสังเกตและสิ่งผิดปกติบางอย่าง ทำให้ผู้ปกครองของเด็กหญิงผู้เสียหาย ต้องนำเอกสารหลักฐานร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม 

โดยแม่ของเด็กหญิงผู้เสียหาย บอกว่า ลูกสาวถูกนักเรียนรุ่นพี่ล่อลวงไปข่มขืนในห้องน้ำ ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ตนเองมาทราบเรื่องในภายหลัง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เนื่องจากสังเกตเห็นลูกสาวมีอาการเหม่อลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และทำร้ายตัวเอง

จึงได้เค้นถามจนได้ความจริงว่า ลูกถูกรุ่นพี่ลวงไปข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียน มิหนำซ้ำครูในโรงเรียนก็รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยครูผู้หญิงยังเป็นคนเอายาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินให้ลูกสาวกิน 2 เม็ด จนเด็กมีอาการปวดท้องและเลือดออกทางช่องคลอดมาตลอดตั้งแต่กินยาคุมฉุกเฉินนั้น จึงได้นำหลักฐานแผงเม็ดยาคุมกำเนิดที่ครูให้มา 2 เม็ด ลูกสาวกินไป 1 เม็ด เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่ชั้น ม.พร้อมพาลูกไปพบแพทย์รักษาอาการข้างเคียงอีก 4 ครั้ง จากนั้นก็ไม่ให้ลูกไปโรงเรียนอีก

หลังจากมีการแจ้งความแล้ว ผู้ปกครองนักเรียนรุ่นพี่ และผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เสนอเงิน 40,000 บาท เพื่อให้จบเรื่องกันไป แต่ทางฝ่ายตนเองไม่ยินยอม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีหนังสือลงวันที่ 15 กรกฎาคม จากทางโรงเรียนแจ้งถึงผู้ปกครอง ให้รีบนำลูกกลับไปเรียนตามปกติ เพราะขาดเรียนติดต่อกัน 6 วันแล้ว ถ้าฝ่าฝืนไม่ยอมให้เด็กไปโรงเรียนและไม่มีเหตุอันควร จะต้องเสียเงินค่าปรับ 10,000 บาท ตนเองจึงต้องนำเรื่องไปร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาฯ กระทั่งตำรวจ เร่งรัดดำเนินการจับกุมผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีตามกฎหมาย  

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวต้องการให้ครูและผู้อำนวยการโรงเรียนแสดงความรับผิดชอบที่เห็นพฤติการณ์ของเด็ก แต่กลับไม่รีบป้องกันหรือแจ้งผู้ปกครองให้ทราบโดยเร็ว จนปล่อยให้เด็กถูกล่วงละเมิด จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดสอบสวนพฤติกรรมของผู้อำนวยการและครูที่เกี่ยวข้อง