4
shared

ดาวโจนส์ปิดลบ 79.22 จุด หลังหุ้นโบอิ้ง-แคทเธอร์พิลลาร์ร่วง

15 พฤศจิกายน 2562 10:44 124
ดาวโจนส์ปิดที่ 27,269.97 จุด ลดลง 79.22 จุด หลังนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการ "โบอิ้ง-แคทเธอร์พิลลาร์"

วันนี้ (25 ก.ค.62) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างโบอิ้ง และแคทเธอร์พิลลาร์ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวนของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ดีดตัวขึ้นปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิพที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากเท็กซัส อินสตรูเมนท์ ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของสหรัฐเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,269.97 จุด ลดลง 79.22 จุด หรือ -0.29%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,019.56 จุด เพิ่มขึ้น 14.09 จุด หรือ +0.47%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,321.50 จุด เพิ่มขึ้น 70.10 จุด หรือ +0.85%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดอ่อนแรงลง หลังจากโบอิ้งเปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการขาดทุน 5.82 ดอลลาร์/หุ้น สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทจะมีกำไร 1.87 ดอลลาร์/หุ้น โดยมีสาเหตุจากการที่เครื่องบิน 737 MAX ยังคงถูกสั่งห้ามบิน ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวได้ฉุดราคาหุ้นโบอิ้งปิดตลาดร่วงลง 3.12%

ขณะที่หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องมือก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปิดตลาดดิ่งลง 4.48% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 2.83 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.12 ดอลลาร์/หุ้น

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิพดีดตัวขึ้น ซึ่งช่วยหนุนดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากบริษัทเท็กซัส อินสตรูเมนท์ เปิดเผยกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 1.36 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.22 ดอลลาร์/หุ้น นอกจากนี้ เท็กซัส อินสตรูเมนท์ ยังได้แสดงมุมมองเป็นบวกว่า การชะลอตัวของอุปสงค์ไมโครชิพในตลาดโลกนั้น จะไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาที่ยาวนาน

สำหรับหุ้นบริษัทผลิตชิพที่ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ หุ้นเท็กซัส อินสตรูเมนท์ ทะยานขึ้น 7.4% หุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 2.26% หุ้นซิลลินซ์ (Xilinx) พุ่งขึ้น 3.8% หุ้นบรอดคอม เพิ่มขึ้น 1% หุ้นสกายเวิร์คส์ โซลูชั่น เพิ่มขึ้น 2.14% หุ้นควอลคอมม์ พุ่งขึ้น 2.36% หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 1.7% และหุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (AMD) เพิ่มขึ้น 1.85%

หุ้นเอทีแอนด์ที ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์ไร้สายรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐ ทะยานขึ้น 1.58% หลังจากบริษัทเปิดเผยจำนวนลูกค้าโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 72,000 รายในไตรมาส 2 ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 27,000 ราย และเปิดเผยรายได้ที่ระดับ 4.496 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.485 หมื่นล้านดอลลาร์

หุ้นเฟซบุ๊ก ดีดตัวขึ้น 1.14% หลังจากบริษัทยินยอมจ่ายค่าปรับจำนวน 5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 155,000 ล้านบาท เพื่อยุติการสอบสวนกรณีที่เฟซบุ๊กปล่อยให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานรั่วไหล

ขณะที่หุ้นแอปเปิ้ล ปิดตลาดขยับลงเล็กน้อย หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอนัล รายงานว่า แอปเปิ้ลเตรียมทำข้อตกลงซื้อธุรกิจชิปโมเดมของบริษัท อินเทล คอร์ป ภายในสัปดาห์นี้