4
shared

อังกฤษหาพวกชวนยุโรปส่งกองทัพเข้าช่องแคบฮอร์มุซ

24 กรกฎาคม 2562 10:21 468
อังกฤษเสนอส่งกำลังคุ้มครองเส้นทางเดินเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งในเบื้องต้น ทั้งฝรั่งเศส, อิตาลีและเดนมาร์ก เห็นด้วย แต่ก็มีหลายชาติที่กำลังประเมินข้อเสนอนี้อยู่

วันนี้ ( 24 ก.ค. 62 )เจ้าหน้าที่ทูตระดับสูง 3 คนของสหภาพยุโรป หรืออียู แถลงเมื่อวันอังคารว่า ฝรั่งเศส, อิตาลีและเดนมาร์ก ต่างให้การสนับสนุนในเบื้องต้น สำหรับแผนการของอังกฤษในภารกิจทางทะเลที่นำโดยยุโรป เพื่อรักษาความปลอดภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นข้อเสนอหลังอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงอังกฤษ ซึ่งเป็นการสนับสนุนอย่างระมัดระวัง ระหว่างการประชุมเจ้าหน้าที่ทูตอียูในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นการประชุมยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรก ตั้งแต่นายเจเรมี ฮันท์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ชี้แจงแผนการดังกล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก

อังกฤษหยิบยกแผนการดังกล่าวขึ้นมาหารือ หลังเรือบรรทุกน้ำมันสเตนา อิมเปโร ถูกหน่วยคอมมานโดอิหร่านบุกจู่โจมยึดไปขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ และเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม ยังได้หารือภารกิจที่เป็นไปได้โดยตรงกับกระทรวงต่างประเทศและกลาโหมอิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส และเยอรมนีด้วย ซึ่งอาจจะมีการใช้เครื่องบินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เจ้าหน้าที่ทูตระดับสูงของเยอรมนีในกรุงเบอร์ลิน กล่าวว่า เฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ติดต่อใกล้ชิดกับนายฮันท์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ และฌอง-อีฟส์ เลอ ดริออง รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส เพื่อสนับสนุนความมั่นคงในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งรวมทั้งความปลอดภัยในการเดินเรือด้วย

ส่วนเนเธอร์แลนด์ ก็กำลังพิจารณาข้อเสนอของอังกฤษ ขณะที่เจ้าหน้าที่สเปน กล่าวว่า สเปนได้จัดการหารือกับอังกฤษแล้ว และกำลังศึกษาความคิดเห็นนี้อยู่ด้านอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว และกล่าวว่า มหาอำนาจต่างชาติ ควรจะรักษาความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือให้กับอิหร่านและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคด้วย ทั้งซาอุดีอาระเบีย, อิหร่าน, สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์, คูเวต และอิหร่าน ต่างขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซทั้งสิ้น

อังกฤษมีฐานทัพเรืออยู่ในโอมาน ขณะที่ฝรั่งเศสมีฐานทัพเรืออยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทูตกล่าวว่า ภารกิจใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น จะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในแต่ละประเทศในอียูก่อน