5
shared

วิกฤตหนัก! เขื่อนแควน้อยเหลือน้ำใช้ 10 %

23 กรกฎาคม 2562 15:57 181
ปริมาณน้ำใน 'เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน' ลดลงมากมองเห็นสันดอนเป็นบริเวณกว้าง ล่าสุดเหลือน้ำใช้ประมาณ 10 %

วันนี้( 23 ก.ค.62) สถานการณ์น้ำเขื่อนแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก พบว่า ปริมาณน้ำลดลงจนเหลือน้ำไม่มาก  ทำให้บริเวณประตูระบายน้ำท้ายเขื่อน มองเห็นแต่สันดอนเป็นบริเวณกว้าง  ขณะที่น้ำเหลือเพียง 134 ล้านลูกบาศก์เมตร  คิดเป็น 14 % ของความจุอ่าง แต่นำที่สามารถใช้การได้จริงมีเพียง  91.26 ล้านลูกบาศก์เมตร  คิดเป็น 10 % ของความจุอ่าง  ซึ่งปัจจุบันพบว่า ไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเลยทำให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ทางเขื่อน ยังคงปล่อยน้ำช่วยเหลือลุ่มน้ำเจ้าพระยาเช่นเดิม โดยปรับการระบายน้ำลดลง เหลือ 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทางเขื่อนฯ  ถือเป็น 4 เขื่อนหลักที่ช่วยเหลือพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยา 


ทางจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์พร้อมให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด  ส่วนพืชผลทางการเกษตรที่อาจได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะข้าว ข้าวโพด  ได้จัดทำเป็นตารางสรุปเป็นรายอำเภอตำบลหมู่บ้าน  และให้หาแนวทางให้ความช่วยเหลือร่วมกับจังหวัดอำเภอและท้องถิ่น ทางด้านอำเภอ ทุกอำเภอ ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจให้ความช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยแล้ง ในทุกมิติ 

ขณะที่ระดับน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ลดลงอย่างต่อเนื่อง  หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ประกอบกับการพร่องน้ำ ให้กับเกษตรกรใช้ในการเกษตรและใช้ในการผลิตน้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภค ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนฯ ลดลงจากสันเขื่อนจนรถยนต์สามารถวิ่งเข้าไปได้จนถึงริมน้ำ ที่ห่างจากตลิ่ง มากกว่า 50 เมตร  


ซึ่งระดับน้ำที่ลดลงทำให้มองเห็น เกาะแก่งและฐานอาคารวัดร้างที่ถูกน้ำท่วมเริ่มโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ขณะเดียวกันทำให้มีนักนิยมตกปลาพากันล่องเรือ หรือไปตั้งแคมป์ตามริมสันเขื่อน กลายเป็นแหล่งพักผ่อนของประชาชน  ส่วนสะพานแขวนคู่แฝด ข้ามช่องแคบ เหนือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ไปยังบ้านป่าสักงาม ระดับน้ำลดลง จนทำให้ระดับความสูงของสะพานกับผืนน้ำห่างกันกว่า 20 เมตร กลายเป็นทางเดินทางหวาดเสียว แต่ละวันจะมีประชาชน นักท่องเที่ยว พากันไปยืนบนสะพานแขวนแฝด เพื่อถ่ายภาพความสวยงาม ของผิวน้ำและภูเขาสูง โดยเฉพาะยามเย็น และใกล้พลบค่ำ 

ทั้งนี้ ทางเขื่อนฯยังคงพร่องน้ำ ให้กับเกษตรกร ฝั่งขวา ในการเพาะปลูก ไปจนถึงวันที่ 25 ก.ค.นี้ ซึ่งพื้นที่ใต้เขื่อน มีทำนาทั้งหมด 120,000 ไร่  ขณะนี้ทำนาไปแล้ว 25,000 ไร่