2
shared

ดาวโจนส์บวก17.70 จุดรับหุ้นเทคโนฯพุ่ง

15 พฤศจิกายน 2562 10:44 67
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 17.70 จุด รับหุ้นเทคโนฯพุ่ง,คาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย

วันนี้ ( 23 ก.ค. 62 )ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้นแอปเปิลซึ่งดีดตัวขึ้นกว่า 2% หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นแอปเปิล นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากข่าวที่ว่าทำเนียบขาวและสมาชิกสภาคองเกรสใกล้บรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ รวมทั้งปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก อัลฟาเบท และอเมซอนดอทคอม

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,171.90 จุด เพิ่มขึ้น 17.70 จุด หรือ +0.07% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,985.03 จุด เพิ่มขึ้น 8.42 จุด หรือ +0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,204.14 จุด เพิ่มขึ้น 57.65 จุด หรือ +0.71%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น นำโดยหุ้นแอปเปิล ทะยานขึ้น 2.29% หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มเป้าหมายราคหุ้นแอปเปิลขึ้นสู่ระดับ 247 ดอลลาร์ จากระดับ 231 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นอเมซอนดอทคอม เพิ่มขึ้น 1.07% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดีดตัวขึ้น 0.7% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี พุ่งขึ้น 3.67% และหุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ เพิ่มขึ้น 0.6%

หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 1.32% หลังจากบริษัทประกาศลงทุนเป็นจำนวนเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ในบริษัท OpenAI ของนายอีลอน มัสก์ เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะสามารถรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนได้ โดยไมโครซอฟท์หวังว่าจากความร่วมมือในโครงการดังกล่าว จะทำเป็นผู้ให้บริการในธุรกิจคลาวด์ผ่าน OpenAI แต่เพียงผู้เดียว

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิพดีดตัวขึ้น หลังจากมีรายงานว่า นายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว จะจัดการประชุมร่วมกับผู้บริหารของบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์ เพื่อหารือในกรณีที่สหรัฐแบนการขายอุปกรณ์ให้กับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีน โดยหุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 2.14% หุ้นซิลลินซ์ (Xilinx) เพิ่มขึ้น 1.25% หุ้นบรอดคอม เพิ่มขึ้น 2.12% หุ้นสกายเวิร์คส์ โซลูชั่น เพิ่มขึ้น 2.4% หุ้นควอลคอมม์ เพิ่มขึ้น 1.27% หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 1.7% และหุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (AMD) เพิ่มขึ้น 1.05%

หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 9.15% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 35 เซนต์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 30 เซนต์/หุ้น

หุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 1.04% หลังจากฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของโบอิ้งลงสู่ระดับ "negative" จากเดิมที่ "stable" โดยมีสาเหตุจากความไม่แน่นอนต่อกำหนดเวลาที่หน่วยงานควบคุมกฎระเบียบจะอนุมัติให้เครื่องบิน 737 MAX กลับมาให้บริการอีกครั้ง

ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า ทำเนียบขาวและสมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสใกล้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับงบประมาณแล้ว ซึ่งจะทำให้มีการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐเป็นเวลา 2 ปี โดยขณะนี้ สมาชิกสภาคองเกรส และฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่ายฉบับใหม่ และเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ ก่อนที่สภาจะปิดสมัยประชุมภาคฤดูร้อนในวันที่ 26 ก.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) ครั้งใหม่

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ ขณะที่กระแสคาดการณ์ส่วนใหญ่ระบุว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทจำนวนมากกว่า 25% ในดัชนี S&P 500 จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ แมคโดนัลด์ และโบอิ้ง รวมถึงบริษัทในกลุ่ม FANG ซึ่งได้แก่ เฟซบุ๊ก อเมซอน เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ค., ยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย., ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค.จากเฟดริชมอนด์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนก.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนก.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562