0
shared

ไทยพาณิชย์ เผยกำไรไตรมาส 2/62 ลดลง

19 กรกฎาคม 2562 10:18 30
ธนาคารไทยพาณิชย์  เผยกำไรไตรมาส 2/62 ลดลง 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ สินเชื่อโต 3% -NPL ทรงตัว 2.77%

วันนี้ (19 ก.ค.62) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และบริษัทย่อย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/62 มีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 36,041 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 4.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ในไตรมาสนี้ธนาคารมีกำไรสุทธิ (งบการเงินรวมก่อนตรวจสอบ) จำนวน 10,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากไตรมาสก่อน และลดลง 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2562 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 20,132 ล้านบาท

ในไตรมาส 2/62  รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 25,536 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ  เป็นผลจากการปรับพอร์ตสินเชื่อของธนาคารด้วยการเพิ่มสัดส่วนของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง ในขณะที่สินเชื่อโดยรวมขยายตัวประมาณ 3% จากปีก่อน


 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 10,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่าธุรกิจประกันชีวิตของ SCB Life ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.6% จากการฟื้นตัวของรายได้หลักจากค่าธรรมเนียมสุทธิ (recurring fee) การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศและกำไรจากเงินลงทุน


ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้ การเติบโตของค่าใช้จ่ายชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน โดยไม่มีผลกระทบของค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่ นอกจากนี้การดำเนินงานของโครงการ Transformation กำลังอยู่ในช่วงสุดท้าย  และส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในโครงการที่อยู่ในระดับสูงกำลังสิ้นสุดลงเช่นกัน  ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จาก 51.6% ในไตรมาส 1/62  เป็น 46.2% ในไตรมาส 2/62 


ขณะที่ ภาพรวมสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ของธนาคาร  ทรงตัวที่ 2.77% และในไตรมาส 2/62  ธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรวม 5,909 ล้านบาท  หรือคิดเป็นอัตราส่วนค่าใช้จ่ายหนี้สูญต่อสินเชื่อที่ 1.10% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับที่ 153%  ในขณะที่เงินกองทุนตามกฎหมายของธนาคารยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 17.1%