1
shared

ดาวโจนส์ปิดบวก 3.12 จุด ขานรับเฟดหนุนลดดอกเบี้ย

19 กรกฎาคม 2562 07:13 60
ดาวโจนส์ปิด 27,222.97 จุด เพิ่มขึ้น 3.12 จุด ขานรับประธานเฟดนิวยอร์ก หนุนลดดอกเบี้ยช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

วันนี้ (19 ก.ค.62) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ที่ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยให้ตลาดดีดตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรก อันเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึง เน็ตฟลิกซ์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,222.97 จุด เพิ่มขึ้น 3.12 จุด หรือ +0.01%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,995.11 จุด เพิ่มขึ้น 10.69 จุด หรือ +0.36%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,207.24 จุด เพิ่มขึ้น 22.04 จุด หรือ +0.27%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวกหลังจากนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว และสร้างความกังวลให้กับหลายภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจ

นายวิลเลียมส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการเฟดที่มีสิทธิ์ออกเสียงในการลงมติการประชุม ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของ Central Bank Research Association ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า การใช้มาตรการป้องกันเอาไว้ก่อนที่จะเกิดหายนะนั้น ถือเป็นแนวทางที่ดีกว่า และเมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำขณะนี้ สิ่งที่ควรทำก็คือ รีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว และเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ยาวนานขึ้น

การแสดงความเห็นของนายวิลเลียมส์เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ โดยในการสำรวจล่าสุด พบว่า FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 65.1% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% จากปัจจุบันที่ระดับ 2.25-2.50% และมีโอกาส 34.9% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 1.75-2.00%

ถ้อยแถลงของนายวิลเลียมเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น หลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรก อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงบริษัทเน็ตฟลิกซ์ 

หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ดิ่งลง 10.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยจำนวนลูกค้าทั่วโลกในไตรมาส 2 ที่ระดับ 2.7 ล้านราย ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 5 ล้านราย อันเป็นผลจากราคาค่าบริการที่เพิ่มขึ้น และจำนวนซีรีย์เรื่องใหม่ที่ลดน้อยลง

ทั้งนี้ การร่วงลงของหุ้นเน็ตฟลิกซ์ส่งผลให้ดัชนีราคาหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร ปรับตัวลง 0.9% ขณะที่หุ้นสแนป ซึ่งเป็นเจ้าของแอป Snapchat ดิ่งลง 2.5% หุ้นทวิตเตอร์ ปรับตัวลง 0.13% 

หุ้นยูไนเต็ดเฮลท์ กรุ๊ป อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ปิดตลาดร่วงลง 2.3% หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่า รายได้ตลอดปี 2562 อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้บริษัทมีกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 3.60 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.45 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นควอลคอมม์ ร่วงลง 1.8% หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) สั่งปรับบริษัทควอลคอมม์ อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นจำนวนเงิน 242 ล้านยูโร (272 ล้านดอลลาร์) ในข้อหาสกัดกั้นคู่แข่งในตลาด

ขณะที่หุ้น IBM พุ่งขึ้น 4.6% หลังจากบริษัทระบุว่า กำไรรายไตรมาสได้รับแรงหนุนความแข็งแกร่งของธุรกิจคลาวด์ ส่วนหุ้นฟิลิปส์ มอร์ริส ซึ่งเป็นผู้ผลิตบุหรี่ พุ่งขึ้น 8.2% และหุ้นยูเนียน แปซิฟิก ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างถนน พุ่งขึ้น 5.9% หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด