0
shared

ลุ้นนโยบายแอลพีจีภาคครัวเรือน รมว.พลังงานคนใหม่

17 กรกฎาคม 2562 10:25 81
กระทรวงพลังงานรอลุ้นนโยบายบริหารราคาแอลพีภาคครัวเรือนของรัฐมนตรีคนใหม่  หลังราคาตลาดโลกลดลงแต่บัญชีแอลพีจียังติดลบ 6,397 ล้านบาท แต่ยังไม่เกินกรอบวงเงินที่วางไว้ 

วันนี้ (17 ก.ค.62) แหล่งข่าวจากจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า  ขณะนี้ราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) ตลาดโลกเคลื่อนไหวในระดับเฉลี่ย 410-430 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งปรับลดลงจากก่อนหน้านี้ที่เคยเคลื่อนไหวระดับกว่า 500 เหรียญฯต่อตัน   ส่งผลให้มีเงินแอลพีจีเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1.799 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) จากเดิมในช่วงพ.ค. ที่เคยต้องอุดหนุนถึง 1.5 บาทต่อกก.   

อย่างไรก็ตาม บัญชีแอลพีจีล่าสุดยังคงติดลบ 6,397 ล้านบาท ดังนั้น แนวทางการบริหารจึงขึ้นอยู่กับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)  จะมีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร   ซึ่งก่อนหน้านี้ กบง. ได้กำหนดกรอบวงเงินอุดหนุนราคาแอลพีจีไว้ไม่เกิน 7,000 ล้านบาท ซึ่งหากราคาแอลพีจีเคลื่อนไหวระดับดังกล่าว  และรัฐยังตรึงราคาต่อไป คาดว่าจะไม่มีปัญหา  แต่หากลดราคาก็ยอมรับว่า กองทุนฯยังติดลบแต่ทั้งนี้ก็คงอยู่ที่นโยบายรัฐเป็นสำคัญ   

นายมนูญ ศิริวรรณ กรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน  กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าหากรัฐจะลดราคาด้วยการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯลง แม้จะทำได้แต่ฐานะกองทุนน้ำมันฯบัญชีแอลพีจียังคงติดลบ 6,397 ล้านบาท   จึงควรเก็บเพื่อใช้คืนหนี้เดิม ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการยืมมาจากบัญชีน้ำมันที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันมาตรึงราคาแอลพีจีช่วงขาขึ้น   เมื่อราคาลงก็ต้องใช้หนี้คืนผู้ใช้น้ำมันจึงจะเป็นธรรม    ดังนั้นหากจะลดราคาควรให้ฐานะกองทุนฯบัญชีแอลพีจีเป็นบวกก่อน    ซึ่งแนวโน้มราคาแอลพีจียังคงเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันที่สวิงตัวพอสมควร

ด้าน นายชิษณุพงษ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ ประธานที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าแอลพีจี กล่าวว่า มาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ปัจจุบันไว้ที่ 363 บาทต่อถังครัวเรือน(ถัง15กิโลกรัม)หาก รมว.พลังงานคนใหม่มาตรึงต่อไป  ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน   แต่หากราคาแอลพีจีตลาดโลกลดลงก็อยากให้ลดราคาแอลพีจีลงตาม   

ขณะที่ นายสุรศักดิ์ อยู่คงพัน นายกสมาคมผู้ค้าแอลพีจี กล่าวว่า ต้องการให้รัฐทบทวนมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซื้อแอลพีจีในราคาถูก ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ    ซึ่งจะสามารถใช้เป็นส่วนลดซื้อแอลพีจี 45 บาทในระยะเวลา 3 เดือน   ซึ่งประชาชนสามารถซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องรูดบัตร EDC) โดยใช้สิทธิในบัตรสวัสดิการ 1 คน 1 บัตร  ซึ่งหากไม่ใช้สิทธิก็จะตัดยอดไม่มีการสะสม เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีอุปสรรคในการใช้  เพราะธุรกิจแอลพีจีประชาชนจะเน้นโทรสั่งไปส่งถึงที่บ้านการจะต้องมารูดบัตรถึงร้านค้า  จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและเป็นภาระต่อร้านค้า รัฐจึงควรหาวิธีที่จะอำนวยความสะดวกประชาชนได้มากกว่าที่เป็นอยู่แทน