รู้จัก! 'ฝุ่นพิษ PM 2.5' ภัยเงียบคุกคามคนเมือง

13:01 14 มกราคม 2562 826
ทำความรู้จัก 'ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5' ในอากาศต้นตอสารพัดโรคร้ายกับวิกฤตสุขภาพคนเมืองที่เลี่ยงได้ยาก

 

วันนี้( 14 ม.ค.62) เรียกว่ากำลังเป็นประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจ เมื่อจู่ๆปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ จนกรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยลดฝุ่นละอองอย่างเข้มงวด ด้วยการห้ามใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด ห้ามการเผาในที่โล่งทุกประเภทอย่างเด็ดขาด รวมถึงขอความร่วมมือใน พร้อมแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้าน

 

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5  เป็นสารพิษที่มองไม่เห็น ไม่มีกลิ่น แต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างหนัก เข้าสู่ร่างกายทางโพรงจมูก เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดในสมอง และโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ จากการตรวจวัดในจุดตรวจทั่วกรุงเทพ พบว่ามีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนอยู่หลายจุด โดยจุดส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ย่านเขตเมืองและย่านเศรษฐกิจ ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนนี้ เป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมาก ๆ แม้แต่หน้ากากอนามัยที่ใช้กันในปัจจุบันก็เอาไม่อยู่

 

ซึ่งระดับของผลกระทบต่อสุขภาพ ได้ใช้สีเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบ แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ สีฟ้า  (0–25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) สีเขียว  (26–38 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)  สีเหลือง (38–50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สีส้ม (51–90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และ สีแดง (91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป) โดยตั้งแต่ระดับสีส้มเป็นต้นไป เป็นระดับที่เกินค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็กในบรรยากาศและมีผลกระทบต่อสุขภาพ

 

 

ฝุ่นละอองขนาดเล็กมีแหล่งกำเนิดจากหลายแหล่ง เช่น การจราจร การขนส่งวัสดุ การผลิตไฟฟ้า  การเผาไหม้ และการจุดธูป เป็นต้น โดยประชาชนที่อาจเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในบรรยากาศมากกว่าประชาชนทั่วไป ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ  ผู้ป่วยเรื้อรังอื่นๆรวมทั้งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะเฉียบพลัน ได้แก่ ผิวหนังเป็นผื่นคัน ระคายเคืองตา แสบจมูก ไอ มีเสมหะ แน่นหน้าอก เกิดโรคหอบหืด เป็นต้น รวมทั้งผู้ที่อยู่ริมถนน ซึ่งวิธีการลดปริมาณฝุ่นละอองที่ดีที่สุดคือ ประชาชนต้องมีจิตสำนึกร่วมกันเพื่อลดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง เช่น ลดการจุดธูป ลดการเผาขยะ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณฝุ่นเป็นจำนวนมาก

 

โดยเริ่มจากการลดใช้ถุงพลาสติกหันมาใช้ถุงผ้าในการจับจ่ายสินค้าแทน ก็จะช่วยลดปริมาณขยะที่จะกำจัดด้วยวิธีการเผาให้น้อยลง ทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ เพื่อเป็นการลดฝุ่นละออง และป้องกันตนเองโดยการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองที่เหมาะสม ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ถ้าที่พักอาศัยอยู่ในที่เสี่ยงฝุ่นละอองให้ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด คอยติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ และประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการหรือสื่อต่าง ๆ

 

สำหรับหน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับ 2.5 ไมครอนได้ ต้องใช้หน้ากากมาตรฐาน N95 จะมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะหน้ากาก N95 ผลิตจากเส้นใยพิเศษ ที่สามารถกรองฝุ่นละออง หรือเชื้อโรคที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้ ทำให้ป้องกันฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถึงแม้หน้ากาก N95 จะมีประสิทธิภาพมากกว่าหน้ากากอนามัยชนิดผ้าธรรมดา 

 

 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขแนะ 5 วิธี ป้องกันฝุ่นละออง เพื่อสุขภาพประชาชน คือ 

1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นละออง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด 

2.ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นละออง ทำความสะอาดบ้านทุกวัน 

3.ใช้หน้ากากป้องกันฝุ่น หรือใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆป้องกันฝุ่น 

4.เลี่ยงการออกกำลังกาย หรือทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน 

5.ลดการใช้รถยนต์และการเผาขยะ ซึ่งหากพบอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422