2
shared

หุ้นสหรัฐปิด+76.71 รับนโยบายเฟด

11 กรกฎาคม 2562 07:21 42
ดาวโจนส์ ปิดตลาด +76.71จุด ปิดที่ 26,860.20 จุด หลังประธานเฟดแถลงส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย กลางสภาคองเกรส

วันนี้(11 ก.ค.62) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนวันที่ 10 ก.ค.62 ดัชนีปรับตัวบวก หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานการ

ประชุมเดือนมิ.ย.ของเฟดซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ เพื่อรับมือกับความ

เสี่ยงและความไม่แน่นอน โดยสัญญาณบวกจากเฟดในครั้งนี้ได้ช่วยหนุนดัชนี S&P500 ดีดตัวเหนือระดับ 3,000 จุดเป็นครั้งแรกในระหว่างวัน และหนุนดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,860.20 จุด เพิ่มขึ้น 76.71 จุด หรือ +0.29% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,202.53 จุด เพิ่มขึ้น 60.80 จุด หรือ +0.75% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,993.07 จุด เพิ่มขึ้น 13.44 จุด หรือ +0.45%         

ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นหลังจากนายพาวเวลได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ว่า เฟดจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยลบหลายประการ เช่น ความตึงเครียดทางการค้าและความวิตกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกนั้น กำลังถ่วงแนวโน้มเศรษฐกิจ ส่วนการลงทุนของภาคธุรกิจในสหรัฐได้ชะลอตัวลงในระยะนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่เฟดกำหนดไว้ที่ระดับ 2% 

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ทีดี อเมอริเทรด ในเมืองชิคาโกของสหรัฐ กล่าวว่า ถ้อยแถลงของนายพาวเวลได้สนับสนุนการคาดการณ์ของนักลงทุนที่ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ และการแสดงความเห็นของนายพาวเวลยังสะท้อนให้เห็นว่า เฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายตามความเหมาะสม มากกว่าที่จะพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงาน         

ทั้งนี้ หลังจากนายพาวเวลแถลงต่อสภาคองเกรส  นักลงทุนในตลาดการเงินก็คาดการณ์มากขึ้นว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ก.ค. โดยในการสำรวจล่าสุด พบว่า FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในช่วงปลายเดือนก.ค.           

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 18-19 มิ.ย.ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ เมื่อพิจารณาจากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่อาจทำให้เศรษฐกิจเผชิญภาวะขาลง อีกทั้งยังระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำนั้น มีความเสี่ยงที่จะทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้ออ่อนแรงลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความพยายามของเฟดในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน           

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น โดยหุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 1.7% หุ้นอเมซอนดอทคอม เพิ่มขึ้น 1.46% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล เพิ่มขึ้น 1.5% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ปรับตัวขึ้น 0.3% หุ้นแอปเปิล เพิ่มขึ้น 1% หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 1.75% และหุ้นไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้น 1.02%           

หุ้นที-โมบาย พุ่งขึ้น 4.6% หลังจากสื่อรายงานว่า ธุรกิจของที-โมบายมีแนวโน้มที่จะแซงหน้าบริษัทเรด แฮท อิงค์ หลังจากอินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส แมชชีน (IBM) ได้เสร็จสิ้นการซื้อกิจการเรด แฮท           

หุ้นเทสลา พุ่งขึ้น 3.85% หลังจากสื่อรายงานว่า เทสลาเตรียมเพิ่มการผลิตที่โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่นายเจอโรม กิลเลน ประธานฝ่ายรถยนต์ของเทสลาระบุในอีเมลว่า เทสลาทำสถิติใหม่ในสายการผลิตทั้งหมดสำหรับการผลิตและประสิทธิภาพในไตรมาสล่าสุดทั้งในฟรีมอนต์และเนวาดา           

หุ้นคอมแคส ซึ่งเป็นบริษัทเทเลคอมรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 1.9% หลังจากนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุนของหุ้นคอมแคสขึ้นสู่ระดับ "buy" จากระดับ "hold" โดยคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะขยายตัวแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้           

หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ หลังจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.4% หุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 1.7% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ทะยานขึ้น 5.5% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 1.2% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ดีดตัวขึ้น 0.13%           

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, อัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย.