3
shared

แบงก์ชาติประเมินเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตต่ำกว่าคาด

10 กรกฎาคม 2562 11:36 84
ธนาคารแห่งประเทศไทย คาดเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งปีจะขยายตัวได้ 3.3% จากเดิมคาดโต3.8%  ขณะนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมแล้ว 

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/2562 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2562 ซึ่งคณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากการส่งออกสินค้าและบริการเป็นสำคัญ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มใกล้เคียงกับขอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้อ  โดยภาวการณ์เงินโดยรวมอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย และเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นและสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับในระยะข้างหน้ายังไม่ความไม่แน่นอนสูงทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ คณะกรรมการฯ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมครั้งนี้

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2562 จะขยายตัวได้ 3.3% ส่วนปี 2563 ขยายตัวได้ 3.7% ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 3.8% และ 3.9% ตามลำดับ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวต่ำลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นสำคัญ  ส่วนด้านอุปสงค์ในประเทศ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงรายได้และการจ้างงานที่มีสัญญาณชะลอลงในภาคการผลิตเพื่อส่งออก   ขณะที่ ด้านการลงทุนภาคเอกชน มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในปีนี้ แต่การย้ายฐานการผลิตมายังไทยและโครงการร่วมลงทุนของรัฐและเอกชนในโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยสนับสนุนการลงทุนในระยะต่อไป  สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐ มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากการประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่คาดว่าจะล่าช้าเป็นสำคัญ  ตลอดจนการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศที่อาจรุนแรงและยืดเยื้อ จนส่งผลให้ปริมาณการค้าโลกชะลอลงมากกว่าคาดและกระทบต่อการส่งออกของไทย

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ จะติดตามพัฒนาการของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ เสถียรภาพระบบการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบของการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อประกอบการดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสมในระยะต่อไป