1
shared

ดาบแรก ! สกัดบาทแข็งลดวงเงินพันธบัตรธปท.

8 กรกฎาคม 2562 13:48 1139
ธปท.งัดดาบแรกสกัดค่าเงินบาทแข็งจ่อปรับลดวงเงินการออกพันธบัตร ด้านสภาอุตฯ ให้กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

เงินบาทแข็งค่าที่สุดในโลก ดูเหมือนเป็นคำกล่าวที่ไม่ผิดเพี้ยนมากนัก ในช่วงเวลานี้ เพราะเพียงช่วงเวลานับตั้งแต่สิ้นปี 2561 จนถึงต้นเดือนกรกฎาคม เงินบาทแข็งค่าไปแล้ว 6 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อย้อนขึ้นไปถึงเดือนมกราคม 2560 เงินบาทแข็งค่าไปแล้วกว่า 14 เปอร์เซ็นต์

ด้วยเหตุผลที่ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และเงินสำรองระหว่างประเทศ สูงเกือบเป็นประวัติการณ์ บวกกับ การที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย จึงมีการโยกเงินเข้ามาทำกำไรระยะสั้นในพันธบัตร และมีแนวโน้มว่า ค่าเงินบาทอาจแข็งค่าหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตามที่หลายสำนักมีการประเมิน ทำให้เวลานี้ทุกฝ่ายต่างจับจ้องไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ว่าจะนำมาตรการใดออกมาสกัดค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าจนเกินไป ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ได้แสดงความเป็นห่วงเช่นกัน สะท้อนได้จากการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา สั่งให้ติดตามความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทและการไหลเข้าของเงินทุนอย่างใกล้ชิด หลังพบว่า ทิศทางค่าเงินบาทไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ

และดาบแรกที่ธปท. นำออกมาใช้ในการสกัด “เงินร้อน” คือ การปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรของ ธปท. ในเดือนกรกฎาคม 2562 ทั้งในส่วนของพันธบัตร ธปท. อายุ 3 เดือน พันธบัตรอายุ 6 เดือน และพันธบัตรอายุ 1 ปี โดยวงเงินการออกพันธบัตร ระยะสั้น 3 เดือน และพันธบัตรระยะ 6 เดือน ลดลงประเภทละ 5,000 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ส่วนวงเงินการออกพันธบัตร อายุ 1 ปี ลดลง 10,000 ล้านบาท ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งมาตรการนี้คาดหวังว่า ช่วยชะลอกระแสเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นได้ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า มาตรการเพียงแค่นี้อาจไม่เพียงพอ ในมุมของผู้ประกอบการ อย่าง นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ต้องการเห็น กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมเสนอให้จัดประชุมนัดพิเศษอย่างเร่งด่วน เพื่อพิจารณา เพราะหากรอไปถึงการประชุมครั้งที่ 5 ในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 เกรงว่าจะไม่ทันการณ์ เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว และยิ่งหาก เฟด ปรับลดดอกเบี้ยลง ยิ่งทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น หากถึงจุดนั้น ทั้งภาคการส่งออก และการท่องเที่ยวของไทย คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ สุดท้ายจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย ดังนั้น ในเวลานี้หลายฝ่ายจึงฝากความหวังไว้ที่ ธปท. ว่าท้ายที่สุด ธปท.จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบาย หรือ นำเครื่องมือใดมาดูแลค่าเงินบาท เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยไป