1
shared

รายการดังเกาหลีขอโทษปมดรามากิน 'หอยมือเสือ'

6 กรกฎาคม 2562 12:50 290
รายการ Law of the Jungle จากเกาหลีใต้ ออกแถลงขอโทษไทย น้อมรับความผิดพลาด ปมดรามาจับ 'หอยมือเสือ' สัตว์ป่าคุ้มครองของไทยมาประกอบอาหารกิน

วันนี้ (6ก.ค.62) ความคืบหน้ากรณีที่รายการเรียลลิตี้โชว์ชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ "Law of the Jungle" ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ SBS  จับ "หอยมือเสือ" บริเวณเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง มาประกอบอาหารและกินในรายการ ทั้งที่หอยมือเสือ ถูกจัดเป็นสัตว์สงวนตามกฎหมายของไทย  ซึ่งต่อมาหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.กันตัง ให้ดำเนินคดีกับรายการดังกล่าว ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 

ทางด้านสื่อเกาหลีใต้ ให้ความสนใจรายงานข่าวนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายของประเทศไทย โดยสื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า ประเด็นนี้ได้กลายเป็นคดีความอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว  

ขณะที่ทางทีมงานผู้ผลิตรายการ Law of the Jungle ยืนยันว่าได้มีการขออนุญาตใช้พื้นที่ในการถ่ายทำรายการเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างถูกต้อง แต่ก็ยังเกิดความผิดพลาดในการตรวจสอบเนื้อหาของคอนเทนท์ในรายการ ทางตัวแทนผู้จัดรายการอยู่ระหว่างเตรียมพร้อมรับมือกับกระบวนการทางกฎหมายจากทางการไทยตามขั้นตอน

นอกจากนี้ ทางรายการ Law of the Jungle ได้ทำการถอดคลิปเทปรายการทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีดราม่าที่เกิดขึ้นออกจากระบบออนไลน์ และเว็บไซต์ของรายการ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบและป้องกันข้อพิพาททางด้านกฎหมาย พร้อมกับออกแถลงขอโทษประเทศไทยด้วยว่า "ทางทีมงานรายการ Law of the Jungle รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งในความผิดพลาดที่เผยแพร่ออกไป เราได้รับแจ้งถึงการดำเนินการทางกฎหมายจากทางการไทย เกี่ยวกับการจับสัตว์น้ำ "หอยมือเสือ" ที่เป็นสัตว์อนุรักษ์ประจำถิ่น มาใช้ในการประกอบการถ่ายทำของรายการ เราน้อมรับความผิดพลาดในครั้งนี้และจะตระหนักถึงความรอบคอบเสมอในภายภาคหน้า"

จากข้อมูลพบว่ารายการเรียลลิตี้ชื่อดังดังกล่าวได้เข้ามาถ่ายทำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม บริเวณหาดเจ้าไหม เกาะแหวน และเกาะมุก ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. และวันที่ 1-3 เม.ย. 2562 ซึ่งออกอากาศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  

สำหรับ หอยมือเสือ ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎกระทรวงที่กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ ลำดับที่ 11  ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 (3) นำสัตว์ออกไปหรือกระทำด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายแก่สัตว์โทษ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ 

ขณะที่พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 16 ห้ามมิให้ผู้ใดล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นการกระทำโดยทางราชการที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 26, มาตรา19 ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตาม มาตรา 17