2
shared

ดาวโจนส์ลบ 43.88 จุด หลังเฟดอาจไม่ลดดอกเบี้ย

6 กรกฎาคม 2562 07:30 47
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 43.88 จุด หลังข้อมูลจ้างงานแกร่งลดความหวังเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือนนี้

วันนี้ ( 6 ก.ค. 62 )ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด ได้ทำลายความหวังที่ว่า ธนาคารสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมากในเดือนนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,922.12 จุด ลดลง 43.88 จุด หรือ -0.16% ขณะที่ ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,990.41 จุด ลบ 5.41 จุด หรือ -0.18% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,161.79 จุด ลดลง 8.44 จุด หรือ -0.10%          

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 ปิดลดลง นำโดยกลุ่มเฮลธ์แคร์ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปรับตัวลง 0.73% และ 0.57% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นมากที่สุด 0.38% 

ตลาดปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนรู้สึกหมดหวังที่จะเห็นเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมากในเดือนนี้ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 224,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งดีดตัวขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่า จะเพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่ง หลังขยายตัวเพียง 72,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค.

ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิ.ย. นับว่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 เดือน ขณะที่ตัวเลขเดือนพ.ค. ถูกทบทวนปรับลดลงจากรายงานเบื้องต้นที่ 75,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. ขยับขึ้นสู่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2512 ข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดดังกล่าวทำให้นักลงทุนหมดหวังที่จะเห็นเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมากในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

นายคริส โลว์ หัวหน้านักเศรษศาสตร์ของเอฟทีเอ็น ไฟแนนเชียลระบุว่า การขยายตัวที่แข็งแกร่งของการจ้างงานในเดือนมิ.ย.ได้ลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเขากล่าวเสริมว่า "เพราะเฟดให้ความสำคัญกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสิ้นเดือนนี้ นอกเสียจากว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับผู้บริโภคจะอ่อนแอลงอย่างมาก"          

ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนมิ.ย. เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลง และระบุว่า จะจับตาข้อมูลแนวโน้มเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

นักลงทุนจะมุ่งความสนใจไปที่การเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐ-จีนในสัปดาห์หน้า โดยนายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ ทีมเจรจาของจีนและสหรัฐได้ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยจุดยืนของจีนยังคงเหมือนเดิมคือ ข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐควรจะแก้ไขผ่านการเจรจาและการปรึกษาหารือบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน จีนเองขานรับกับข้อเท็จจริงที่ว่า สหรัฐจะไม่เก็บภาษีสินค้าจีนอีกเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อพิพาทขยายวงออกไป

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงกดดัน หลังบริษัทซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เปิดเผยในรายงานที่ยื่นต่อก.ล.ต.เกาหลีใต้ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการในปลายเดือนนี้ว่า ผลกำไรไตรมาส 2 ของบริษัท อาจร่วงลง 56% จากปีก่อน สู่ระดับ 6.5 ล้านล้านวอน (5.6 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นการร่วงลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยบรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า การส่งออกชิพที่ลดลงให้กับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีน ส่งผลให้มีปริมาณชิพล้นตลาด และกดดันราคาชิพร่วงลง หุ้นเอ็นวิเดีย คอร์ป ลบ 1.5% และ หุ้นอินเทล คอร์ป ลดลง 0.91%