12
shared

สรรพากรเก็บภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์เพิ่ม400ล้าน

5 กรกฎาคม 2562 14:00 1,537
กรมสรรพากรเผยมีรายได้ภาษีเพิ่มจากการสแกนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ 400 ล้านบาท ระบุมี 5 แสนราย มีรายได้ดอกเบี้ยเกิน 2 หมื่นบาท/ปี

วันนี้ (5ก.ค.62) นายปิ่นสาย สุรัสวดี ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า  หลังจากที่กรมสรรพากรให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ที่ได้รับดอกเบี้ยจากทุกบัญชี รวมกันเกิน 20,000 บาทต่อปีนั้น ในรอบครึ่งปี 2562 พบว่า มีผู้ฝากเงินประมาณ 5 แสนราย ที่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เกิน 20,000 บาทต่อปี ซึ่งต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% โดยคิดเป็นเงินภาษีที่กรมจะได้เพิ่มขึ้นประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งกรมสรรพากรได้แจ้งให้สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องหักภาษีไว้แล้ว

ทั้งนี้ กลุ่ม 5 แสนรายนี้ส่วนใหญ่จะมีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อยู่หลายแบงก์ โดยแต่ละแบงก์อาจจะได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาท แต่พอรวมทุกแบงก์แล้วเกิน ดังนั้นก็จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทุกแบงก์ที่มีบัญชีออมทรัพย์อยู่ ส่วนรอบต่อไปก็สิ้นปี แต่ยังประเมินไม่ได้ว่าภาษีจะได้เท่าเดิมหรือไม่

จากผลสำรวจศูนย์วิเคราะห์วิจัย TMB เปิดเผยว่า การออมเงินของคนไทยกระจุกตัวอยู่ที่เงินฝากธนาคารกว่า 80% และเกินครึ่งเป็นเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ ดังนั้นจึงควรเลือกบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูง ไม่มีเงื่อนไข วัตถุประสงค์เพื่อฝากเงินในจำนวนที่น้อยกว่า แต่ได้ผลตอบแทนที่มากกว่า และนำเงินส่วนที่เหลือไปต่อยอดกับการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลากหลายวิธี อาทิ เลือกบัญชีฝากประจำแบบปลอดภาษีเป็นเงินฝากประจำที่ช่วยจัดระเบียบวินัยการออม เพราะกำหนดให้เราฝากประจำทุกเดือน เป็นจำนวนที่เท่าๆ กัน เมื่อฝากครบกำหนดจะได้รับเงินก้อนพร้อมดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากทั่วไป

ทั้งนี้ นับว่าเป็นการเริ่มต้นลงทุนที่ง่ายและปลอดภัย แต่มีข้อจำกัดคือ จะต้องฝากเงินตามที่กำหนดทุกเดือน และต้องรอจนครบกำหนดระยะเวลาถึงจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนด ซึ่งถ้าถอนออกก่อนกำหนดก็สามารถทำได้ แต่ดอกเบี้ยจะถูกปรับไปเป็นออมทรัพย์ทั่วไปทันที หรือเฉลี่ย 0.30 - 0.50% ต่อปีหรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด