2
shared

จับตา! ธปท.ยกระดับมาตรการสกัดบาทแข็ง

1 กรกฎาคม 2562 15:14 183
เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่ ที่ระดับ 30.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตลอดทั้งเดือนพบแข็งค่ากว่าร้อยละ 3

การที่เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่ ที่ระดับ 30.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2562 และเมื่อดูตลอดทั้งเดือนพบว่า แข็งค่ากว่าร้อยละ 3 ซึ่งเป็นปรับการตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และแซงหน้าค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในการประชุมครั้งที่ 4 ของปีนี้ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ได้แสดงความเป็นห่วง เพราะสัญญาณที่จับได้ว่า การแข็งของเงินบาทไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย จับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะนำเครื่องมือทางการเงินออกมาใช้ในเร็วๆนี้ หลังจากเริ่มเห็นว่า มีเงินเข้ามาพักในสินทรัพย์ระยะสั้น อย่าง พันธบัตรอายุไม่เกิน 1 ปี

สอดคล้องกับข้อมูลของ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี ที่ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1-26 มิ.ย. มีเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้ามาประมาณ 1.15  แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ เงินไหลเข้าตลาดพันธบัตร 7.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 6 เดือน ส่วนที่เหลือไหลเข้าตลาดหุ้น

สาเหตุที่ช่วงนี้เงินทุนไหลเข้า เนื่องจากตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะลดอัตราดอกเบี้ย กดดันเงินดอลลาร์สหรัฐให้อ่อนค่า ทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามาในไทยจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนั้นในไม่ช้า ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจต้องใช้มาตรการสกัดเงินทุนเคลื่อนย้ายที่เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น ตั้งแต่ การปรับลดปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาล หรือ จะใช้ยาแรงสุด คือ การลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งมาตรการหลังนี้ น่าจะเห็นผลชะงัก

สิ่งสำคัญในเวลานี้ ผู้ประกอบการคงอยากเห็นค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบธุรกิจ หรือ อย่างน้อยจะได้มีเวลาปรับตัวได้ทัน เพราะแรงกดดันจากสงครามการค้าก็ดูเหมือนจะรุนแรงอยู่แล้ว สะท้อนได้จากการส่งออกในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ติดลบ ร้อยละ 2.7 ทำให้หลายหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ต่างมองว่าทั้งปี การส่งออกไทย มีโอกาสติดลบสูง และหากยังปล่อยให้ค่าเงินแข็งค่าต่อไปจะยิ่งซ้ำเติม และดูเหมือนว่าการที่เงินบาทแข็งมากขึ้น อีกหนึ่งเซกเตอร์ที่รับผลกระทบคือ ภาคการท่องเที่ยว หากไม่มีมาตรการใดออกมา จะส่งผลให้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งภาคส่งออก และการท่องเที่ยว อาจต้องสะดุดลง

อย่างไรก็ดี เหรียญมี 2 ด้านเสมอ แม้ว่า การแข็งค่าของเงินบาท จะทำให้การส่งออก การท่องเที่ยว รับผลกระทบ แต่หากใครที่นำเข้าสินค้า รวมถึง ต้องการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ปรับปรุงปรุงเทคโนโลยี ดูเหมือนจะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ในขณะนี้ รวมถึง ธุรกิจที่มีหนี้ต่างประเทศสกุลดอลลาร์สหรัฐ นี่จะเป็นโอกาสเร่งชำระเงินกู้

ท้ายที่สุด ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะที่ดูแลนโยบายการเงิน คงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ว่า จะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร เพื่อไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย เพราะทั้งการส่งออก และการท่องเที่ยว ล้วนเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ