4
shared

ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิป้อง'บิ๊กป้อม'ริบโฉนดไม่ตรงข้อเท็จจริง

28 มิถุนายน 2562 19:17 809
ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิชี้แจงละเอียดยิบปมชาวบ้านร้องเรียน 'บิ๊กป้อม' ริบโฉนดคืน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เหตุผู้ร้องเรียนไม่ทำตามสัญญาหลังไกล่เกลี่ยหนี้ เชื่อหวังโจมตีรัฐบาล

วันนี้ ( 28 มิ.ย. 62 ) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีมีชาวบ้านจากจังหวัดต่างๆในหลายจังหวัดจากอีสาน กว่า 30 ราย เดินทางมาร้องทุกข์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ภายเป็นประธานพิธีมอบคืนโฉนดที่ดิน และทรัพย์สิน คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ครั้งที่ 12 ภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่” ที่ จ.ลพบุรี ว่า เจ้าหน้าที่ให้โฉนดที่ดินคืน แต่ภายหลังกลับบ้านถูกริบโฉนดที่ดินคืน

โดยหนึ่งในนั้น คือ นางสาวแสงจันทร์ บุตรเขียว ชาวชัยภูมิ วัย 48 ปี ที่เป็นตัวแทนชาวบ้านเข้าร้องเรียนครั้งนี้ ระบุว่า เป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่นำโฉนดที่ดินไปจำนองกับนายทุนเงินกู้ในพื้นที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งมี นางสุพล ผลสมบูรณ์สุข เป็นนายทุนเงินกู้ โดยได้เงินจากการจำนองโฉนดที่ดินมากว่า 300,000 บาท และพยายามไถ่ถอนแต่นายทุนให้นำเงินกว่า 1.7 ล้านบาท ไปไถ่ถอน ต่อมาได้มีการดำเนินการเจรจาประนอมหนี้ ในการไถ่ถอน และเข้าสู่กระบวนการในการคืนโฉนดที่ดินของทาง จ.ชัยภูมิ เมื่อครั้งที่ผ่านมาซึ่งจัดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา คู่ขนานกับ จ.พิษณุโลก ภายหลังจากได้รับการคืนโฉนดที่ดินปรากฏว่าระหว่างที่เดินทางกลับจนถึงที่ จ.ชัยภูมิ ได้ถูกริบโฉนดคืน ทำให้เสียสิทธิ์ในการได้โฉนดที่ดินกลับมาเป็นของตัวเองนั้น

ล่าสุดวันนี้ มีรายงานว่า นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ รวมทั้ง พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ชัยภูมิ ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบต่อข้อร้องเรียนในกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว

พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า หลังได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนว่ามีชาวบ้านในพื้นที่ จ.ชัยภูมิไปร้องทุกข์กับ พล.อ.ประวิตร ในครั้งนี้ พบว่า กลายเป็นเรื่องของการให้ข้อมูลผ่านสื่อมวลชนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และผู้ร้องที่เป็นชาวชัยภูมิรายนี้ ก็ให้ข้อมูลร้องเรียนและให้ข่าวกับสื่อมวลชนที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง

โดยกรณีนี้ทางจังหวัดชัยภูมิ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ให้ นางแสงจันทร์ บุตรเขียว อายุ 48 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ที่ร้องเรียนกรณีที่เกิดขึ้น เข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบของจังหวัดชัยภูมิทั้งหมดแล้ว โดยผู้ร้องรายนี้ ตกลงที่จะไถ่ถอนโฉนดที่ดินคืนตามราคาที่ไปกู้ยืมมา ตามสัญญา ราคา 381,000 บาท กำหนดสัญญา 1 ปี และที่ดินดังกล่าวได้หลุดเป็นของนายทุนคู่สัญญาที่ทางจังหวัดชัยภูมิ สั่งดำเนินคดีไปแล้ว และได้นำเข้าสู่ขบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ ทั้งผู้ให้สัญญา และผู้รับสัญญา ผู้ร้องรายนี้แล้วเพื่อไถ่ถอนที่ดินคืน ในราคา 350,000 บาท

ทั้ง 2 ฝ่าย กำหนดตกลงทำสัญญาซื้อคืนกันในราคาดังกล่าวภายใน 2 เดือน ในวันที่ 16 ต.ค.2561 ที่ผ่านมา ซึ่งลูกหนี้ชาวชัยภูมิรายนี้ขอแบ่งชำระเป็น 2 งวด งวดแรกเดือน พ.ย.2561 ที่ผ่านมา ในราคา 200,000 บาท และ งวดที่ 2 เดือน ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา อีก 150,000 บาท ซึ่งพนักงานสอบสวน จ.ชัยภูมิ เป็นตัวกลางในการเก็บโฉนดที่ดินฉบับจริงนี้จากนายทุนไว้ เพื่อรอส่งมอบคืนแก่ผู้ร้องต่อไป และ ได้มีการดำเนินการไปร่วมพิธีรับมอบโฉนดที่ดิน คืนจากรัฐบาล ดังกล่าวที่ จ.นครราชสีมา

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ผู้ร้องไม่ทำตามสัญญาชำระเงินไถ่ถอนคืนตามกำหนดที่ตกลงในสัญญา เรื่องนี้จึงเกิดการไม่ได้โฉนดที่ดินคืนขึ้น เพราะที่ผ่านมานายทุนเรียกร้องให้ไถ่ถอนสูงถึงกว่า 1.7 ล้านบาท แต่ทางจังหวัดชัยภูมิได้ไกล่เกลี่ยเจรจาจนนายทุนตกลงเรียกค่าไถ่ถอนคืนตามความเป็นจริงที่เคยให้กู้ไปเป็นราคา 350,000 บาท ในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องร้องเรียนต่อ พล.อ.ประวิตร ที่เกิดขึ้นระบุว่า นายทุนเรียก 1.7 ล้านบาท นั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และสร้างความเสียหายต่อการตั้งใจทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายภายใน จ.ชัยภูมิ เป็นอย่างมาก ที่มีการให้ข้อมูลไม่ตรงความจริงออกมาเช่นนี้ และ ปัจจุบันโฉนดที่ดินฉบับจริงก็ยังอยู่กับพนักงานสอบสวน

หากเกิดปัญหาในพื้นที่ควรที่จะพูดความจริงไม่ใช่ไปคิดเอง และออกมาร้องเรียนอันเป็นเท็จเช่นนี้มีวัตถุประสงค์ต้องการอะไร เป็นการทำให้นโยบายรัฐบาลที่ทุกฝ่ายต่างพากันตั้งใจทุมเททำงานเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบให้กับประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาต่อเนื่องอย่างเต็มที่เสียหายหรือไม่ ซึ่งทางจังหวัดฯ จำเป็นต้องสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย

ส่วนผู้ร้องเองคงต้องออกมาชี้แจงต่อทางจังหวัดชัยภูมิ ด้วยว่า สาเหตุที่ออกมาร้องเรียนทั้งที่ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนี้เพื่อหวังโจมตีรัฐบาลและการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในครั้งนี้ มีเจตนาที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ พล.ต.ต.สมพจน์ กล่าวในที่สุด