189
shared

เปิดแล้ว เส้นทางเชื่อมโยงเมืองคู่แฝดน่าน-หลวงพระบาง

30 มิถุนายน 2562 07:29 37812
เปิดแล้ว เส้นทางเชื่อมโยงเมืองคู่แฝดน่าน-หลวงพระบาง สู่การเติบโตทางเศรษฐกิจไทย-ลาว นักท่องเที่ยวข้ามด่านห้วยโก๋น จ.น่าน วิ่งสู่ หลวงพระบางเพียง 3 ชั่วโมง

วันนี้ (27มิ.ย.62) นายพีรเมศร์ วุฒิธรเนติรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ.กระทรวงการคลัง พร้อมด้วยท่านวงสวรรค์ เทพพระจันทร์ รองเจ้าแขวงหลวงพระบาง ท่านแพง ดวงเงิน อธิบดีกรมขัวทางกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง และท่านแววมณี ดวงดารา รองประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรม และประธานสมาคมท่องเที่ยวหลวงพระบาง ร่วมกันแถลงข่าวผลความสำเร็จของโครงการก่อสร้างถนนจากเมืองหงสา – บ้านเชียงแมน เมืองจอมเพชร แขวงหลวงพระบาง “เส้นทางเชื่อมโยงเมืองคู่แฝดน่าน - หลวงพระบาง สู่การเติบโตทางเศรษฐกิจไทย-ลาว” ที่โรงแรมพูลแมน สปป.ลาว 


นายพีรเมศร์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้ สพพ. ดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางเงินแก่ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 ดำเนินการพัฒนาถนนเส้นทาง จากบ้านนาปุง เมืองหงสา แขวงไชยะบุรี ถึงบ้านเชียงแมน เมืองจอมเพชร แขวงหลวงพระบาง ระยะทาง 114 กิโลเมตร ในวงเงิน 1,977 ล้านบาท ซึ่งโครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมนี้ มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การให้ ความช่วยเหลือทางการเงินของประเทศไทยแก่ประเทศเพื่อนบ้านในด้านการเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง และการท่องเที่ยว โดยจะเชื่อมโยงจากประเทศไทย ที่ด่านห้วยโก๋น จ.น่าน ไปสู่ - เมืองเงิน - เมืองหงสา - บ้านเชียงแมน เมืองจอมเพชร แขวงหลวงพระบาง ใช้เวลาจากด่านห้วยโก๋น จ.น่าน ถึงหลวงพระบางเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางอื่นมีระยะทางสั้นสุด ทั้งนี้ดำเนินก่อสร้าง มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน แล้วเสร็จแล้ว


นายพีรเมศร์ ย้ำว่าถนนดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงจาก หลวงพระบางต่อไปยังประเทศจีน โดยผ่านถนนหมายเลข 3 และต่อไปยังประเทศเวียดนาม โดยถนน หมายเลข 4 ได้ ดังนั้น การพัฒนาเมืองคู่แฝดจังหวัดน่าน-หลวงพระบาง จะทำให้ประชาชนมีความ เป็นอยู่ที่ดี สามารถเดินทางติดต่อได้สะดวกรวดเร็ว มีการกระจายรายได้ท้องถิ่นในพื้นที่เชื่อมโยง รวมถึง ส่งเสริมภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน 

ท่านวงสวรรค์ เทพพระจันทร์ รองเจ้าแขวงหลวงพระบาง ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การช่วยเหลือทางด้านการเงิน ในการช่วยพัฒนาเส้นทางถนน ดังกล่าว เพราะเป็นเส้นทางที่จะสามารถเดินทางจากหลวงพระบาง ไป จ.น่าน ได้ใกล้ที่สุด และเมื่อถนนเส้นดังกล่าวสร้างแล้วเสร็จแล้ว ยังได้สร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับคน สปป.ลาว และ คนไทย อย่างเห็นได้ชัด โดย เฉพาะ คน สปป.ลาวที่อยู่ในพื้นที่ได้รับการพัฒนาขึ้น ทั้งด้านความเป็นอยู่ การค้า การท่องเที่ยว ที่สำคัญเมื่อหลายคนรับรู้ว่ามีเส้นทางนี้ ก็เชื่อว่า จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และเส้นทางสายนี้ก็จะต่อเชื่อมไปยังชายแดนเวียดนาม เพียง 290 กิโลเมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตามแม้การท่องเที่ยวจะเติบโต แต่รัฐบาล สปป.ก็จะกวดขัน ให้ความสำคัญเป็นพิเศษให้คงความสวยและเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพระบางต่อไป


ท่านแววมณี ดวงดารา รองประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรม และประธานสมาคมท่องเที่ยวหลวงพระบาง กล่าวว่า การเดินทางที่สะดวกมากขึ้นจะส่งต่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางต่อมาหลวงพระบางมากขึ้น เช่นนักท่องเที่ยวที่เที่ยวไทยแล้ว เดินทางต่อมายังหลวงพระบาง ที่ขณะนี้มีการท่องเที่ยวเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 10 มีห้องพักรองรับกว่า 8,000 ห้อง แต่หากมีการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เชื่อว่าภาคเอกชนจะสนใจมาลงทุนการท่องเที่ยวของหลวงพระบางมากเช่นกัน เพราะหลวงพระบางยังคงมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มาก และยังมีพื้นที่กว้างในการที่จะพัฒนา นอกจากนี้ หลวงพระบาง ยังพัฒนาดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้วยผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์ ให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัส 

นายพันธุ์พัฒน์ พิชา รองประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่านและสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหลวงพระบาง จะประชุมจับมือกัน เพื่อจัดแพกเกจให้กับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางท่องเที่ยวที่ จ.น่านแล้ว จะท่องเที่ยวที่ หลวงพระบางต่อ โดยจะมีส่วนลด ที่พักในโรงแรมหลวงพระบางที่เป็นพาร์ทเนอร์กับโรงแรมไทย ในอัตราร้อยละ 20 ดังนั้นจึงเชื่อว่าเส้นทางดังกล่าว จะเติบโตด้านการท่องเที่ยว จากนักท่องเที่ยวเดิม 60,000 คนต่อปี เป็น 100,000 คน ต่อปีอย่างแน่นอน 

icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง