1
shared

พิษสงครามการค้ากดดันมาร์จินน้ำมันปตท.

26 มิถุนายน 2562 12:38 114
ปตท.ปรับลดเป้ากำไรปีนี้ลงเล็กน้อย หลังเจอผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐ-จีน กดดันมาร์จินน้ำมันและปิโตรแคบลง 

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.ได้ปรับลดเป้าหมายกำไรในปีนี้ลงเล็กน้อย  จากเป้าหมายเดิมในช่วงต้นปี หลังจากมองว่าธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมียังคงได้รับผลกระทบ  จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  ทำให้ส่วนต่าง (สเปรด) ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันยังคงอ่อนแอ กดดันต่อผลประกอบการของบมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ซึ่งเป็นบริษัทลูก แม้แนวโน้มของธุรกิจ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จะมีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นก็ยังไม่สามารถเข้ามาชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้

ปตท.คาดว่า  ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปี 62 จะอยู่ในช่วง 60-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หากราคาน้ำมันดิบยืนอยู่ในระดับ 60-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็คาดว่ารายได้ในปีนี้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน ที่ทำได้ 2.34 ล้านล้านบาท เพราะแม้ราคาน้ำมันจะดีขึ้นแต่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและปิโตรเคมีในเครือฯ ทำให้กระทบต่อปริมาณการผลิต

ทั้งนี้ ปตท.ได้ปรับแผนลงทุนในปีนี้ใหม่ โดยเพิ่มงบลงทุนปีนี้อีกราว 3.32 หมื่นล้านบาท เป็น 1.04 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการปรับเพิ่มในธุรกิจเทคโนโลยีและวิศวกรรม เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ที่คาดว่าจะเซ็นสัญญากับรัฐบาลในราวเดือนก.ค.นี้ รวมถึงการเพิ่มทุนในบมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เพื่อรักษาสัดส่วนการลงทุนและก็มีโอกาสที่จะเพิ่มการถือหุ้นใน GPSC อีกเล็กน้อย ตลอดจนใช้ลงทุนในรูปแบบ Venture Capital เพื่อการเติบโตในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม  ปตท.จะมีการทบทวนงบประมาณลงทุนตามแผนลงทุน 5 ปีอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะมีเรื่องสำคัญ 2-3 เรื่องที่เกึ่ยวเนื่องกับพลังงาน รอนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาต่อไป