3
shared

ยากูซ่าผันตัวเปิดร้านขาย 'ชาไข่มุก' เงินดี-ต้นทุนต่ำ

24 มิถุนายน 2562 19:48 228
แก๊งยากูซ่าในญี่ปุ่นผันตัวเข้าสู่ธุรกิจขายชาไข่มุกเครื่องดื่มยอดฮิตของวัยรุ่นโดยอาศัยความหอมหวานขายดิบขายดีฟอกเงินจากธุรกิจมืด

ชานมไข่มุก เครื่องดื่มที่มีต้นกำเนิดจากไต้หวัน แต่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น ถึงแม้ว่ารายคาขายในญี่ปุ่นจะแพงกว่าในไต้หวันถึงกว่า 2 เท่าตัวก็ตาม แต่ด้วยเหตุที่เครื่องดื่มชนิดนี้มีต้นทุนต่ำ แต่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จึงเป็นช่องทางทำมาหากินใหม่ของกลุ่มยากูซ่า

กลุ่มยากูซ่าในญี่ปุ่น ทุกวันนี้ไม่ได้ยกตัวเข่นฆ่ากันเหมือนในหนังแล้ว เพียงแต่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด และการเรียกค่าคุ้มครอง ดังนั้นจึงต้องหาช่องทางธุรกิจเพื่อฟอกเงินผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมาย รวมทั้งเพิ่มเงินทุนให้กับกลุ่มของตน

นิตยสารข่าวของญี่ปุ่นรายงานว่า แทบไม่มีธุรกิจไหนหาเงินง่ายเท่ากับร้านชานมไข่มุก เพราะว่าใช้เงินทุนไม่มาก ไม่ต้องมีเทคโนโลยีอะไร เพียงแค่หาพื้นที่ราว 5 ตารางเมตรก็เปิดร้านได้แล้ว วัตถุดิบมีแค่ไข่มุก นม และ ชาเท่านั้น ส่วนพนักงานก็มีเพียงแค่ 2 คนก็เพียงพอ เพียงแต่มีเงินทุนราว 2ล้านเยนก็สามารถเปิดร้านเล็กๆ ในกรุงโตเกียวได้

ชานมไช่มุกที่ขายกันในญี่ปุ่นราคาเฉลี่ยแก้วละ 500 เยนนั้น มีต้นทุนเพียงแค่ราว 15 เยนเท่านั้น แต่หากใช้ชาและนมชั้นดี ก็จะมีต้นทุนเพียงแค่ราว 30-40 เยน ไข่มุกซื้อแบบแห้งมาจากประเทศจีน ต้นทุนไข่มุกแก้วละ 20 กรัมเพียงแค่ 6 เยนเท่านั้น ส่วนชาและนมนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้ชาราคาแพง เพราะวัยรุ่นดื่มอร่อย หวานเย็นก็พอแล้ว

นอกจากนี้ หลายร้านยังมีโปรโมชั่นให้เพิ่มไข่มุก และลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเพิ่มด้วย ซึ่งก็จะช่วยให้ประหยัดชากับนมได้อีก เมื่อคำนวนแล้วต้นทุนวัตถุดิบ บวกกับถ้วยและหลอด และค่าเช่าที่ร้าน ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงที่สุด ราวร้อยละ 30 เมื่อคำนวนต้นทุนกับราคาขายแล้ว แต่ละร้านอาจทำกำไรได้ถึงเดือนละ 8แสน ถึง1ล้านเยน

กลุ่มยากูซ่ายังอาจใช้อิทธิพลเพื่อช่วยเหลือร้านชานมไข่มุกของตัวเอง เช่น ข่มขู่ร้านคู่แข่ง บังคับใช้แรงงานผิดกฎหมาย ปล่อยเงินกู้เพื่อเปิดร้าน หรือใช้เครือข่ายธุรกิจสีเทาของตัวเอง เพื่อทำให้ร้านของตนเองมีความได้เปรียบร้านอื่นด้วยวิธีต่างๆ

นอกจากนี้หากร้านไหนขายไม่ดีก็สามารถเลิกกิจการหรือเปลี่ยนไปขายอย่างอื่นได้ไม่ยาก เพราะไม่มีเครื่องจักรของวัตถุดิบมากมาย ธุรกิจชานมไข่มุกที่ต้นทุนต่ำ แต่ขายดิบขายดี ทำให้สมาชิกกลุ่มยากูซ่าพากันเข้าสู่ธุรกิจนี้มากขึ้น

ในอดีต บรรดายากูซ่ามักจะทำธุรกิจสีเทา เช่น เว็บไซต์การพนัน หรือ ขาย DVD ภาพหลุด รวมทั้งธุรกิจทางเพศต่าง ๆ แต่ทุกวันนี้ ยากูซ่าต่างหันมาทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ จนพนักงานหรือลูกค้าไม่สามารถรู้ได้เลย หากแต่สิ่งที่ยังผิดกฎหมายอยู่ก็คือ แหล่งที่มาของเงินทุนและเจ้าของกิจการ แม้แต่หัวหน้ากลุ่มยามากูจิ แก็งค์ยากูช่าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นยังออกปากว่า ทุกวันนี้สมาชิกเกือบทุกคน “มีการมีงานทำถูกต้อง”

ในอดีต ขนมปังเนยสดเคยเป็นกระแสในญี่ปุ่น แต่ก็มีการตรวจสอบพบว่าร้านขนมปังชื่อดังในภูมิภาคคันไซนั้นเบื้องหลังคือกลุ่มยากูซ่าจากเกาะคิวชู แต่การทำร้านขนมปังก็มีต้นทุนสูงและยุ่งยากกว่าชานมไข่มุก เพราะต้องซื้อเตาอบ ต้องฝึกอบรมพนักงาน วิธีการทำก็ยุ่งยากมากกว่า

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ร้านชานมไข่มุกที่มียากูซ่าอยู่เบื้องหลังนั้น มีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ? นิตยสารข่าวของญี่ปุ่นระบุว่า ความเสี่ยงอยู่ที่กลุ่มยากูซ่ามักคำนึงถึงผลกำไรที่รวดเร็วมากกว่ารักษากิจการให้ยั่งยืน จึงอาจมีการใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำที่มึความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเมื่อหลายปีก่อน เคยมีกรณีกลุ่มยากูซ่าเหมาซื้อโก้โก้จากต่างประเทศเพื่อขายเก็งกำไรให้กับธุรกิจขนมในวันวาเลนไทน์ แต่กลับขายไม่หมด และนำโกโก้ที่หมดอายุแล้วมาผสมทำเป็นของหวานราคาถูกขาย

รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามตัดทางทำมาหากินของกลุ่มยากูซ่า โดยห้ามเข้าร่วมประมูลหรือมีส่วนร่วมในงานต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อตัดเส้นทางการเงินของกลุ่มอาชญากรรมผิดกฎหมาย แต่ทุกวันนี้ บรรดายากูซ่าได้เกาะกระแสนิยม เช่น ชานมไข่มุก หาเงินและฟอกเงินได้อย่างง่ายดาย เบื้องหลังชานมแสนอร่อยอาจจะเป็นรายได้ที่หมุนเวียน และหล่อเลี่ยงให้ธุรกิจผิดกฎหมายและอาชญากรรมต่าง ๆ คงอยู่ต่อต่อไป.