4
shared

นายกฯ ปัดติดโซเชียลฯ ขอทุกคนยึดคติ 'ขันติ โสรัจจะ'

24 มิถุนายน 2562 13:08 84
นายกฯ เปิดประชุม CLMVT Forum 2019 ขอทุกคนยึดคติ 'ขันติ โสรัจจะ' อดทนอดกลั้นรับฟังต่อสิ่งยัวยุ ปัดติดโซเชียลฯ

วันนี้( 24 มิ.ย.62) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงาน CLMVT Forum 2019:CLMVT as the New Value Chain Hub of Asia ณ ห้องรอยัลมณียา บอลรูม ชั้น M โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “CLMVT as the New Value Chian Hub of Asia หรือ การผลักดันให้ CLMVT เป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย) ถึงแนวคิดยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาคว่า จะต้องช่วยเหลือกันในภูมิภาค ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน หรือพี่ช่วยน้อง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องนำความคิดสร้างสรรค์ และการตอบสนองลูกค้า มาผนวกรวมในสินค้า รวมถึงการศึกษาของคนรุ่นใหม่ จะต้องสอนวิธีการประกอบการธุรกิจ ไม่ใช่เน้นเฉพาะเนื้อหาวิชาการ ยังอยากให้ทุกคนยึดคติ “ขันติ โสรัจจะ” อดทนสงบเสงี่ยมเจียมตัว พร้อมรับฟังต่อสิ่งยั่วยุ เหมือนที่ตนกำลังปฏิบัติอยู่ขณะนี้ เพราะไม่ว่าใครจะพูด หรือฟังสิ่งใด ก็ต้องอดทน อดกลั้น

นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันด้วยว่า ไม่ได้เป็นคนติดโซเชียลมีเดีย หรือไปอ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ ตามที่มีข่าวออกมาให้อารมณ์เสีย เพียงแต่ใช้โซเชียลในการหาข้อมูลเพิ่มเติม และยังระบุว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจมากนัก แต่กลับมุ่งจับผิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งตนไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะเป็นเรื่องปกติของโซเชียลมีเดีย ที่จับผิดกัน

ทั้งนี้ การปฏิบัติภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ สังเกตได้ว่า นายกรัฐมนตรีมีอารมณ์ขันเป็นพิเศษ ตั้งแต่การกล่าวต้อนรับรัฐมนตรีจากประเทศในภูมิภาคเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะขออนุญาตกล่าวเป็นภาษาไทย, การสอบถามล่ามแปลว่าแปลตามทันหรือไม่ และระหว่างการกล่าวปาฐกถา ยังมีการปล่อยมุกตลกเป็นระยะ ๆ ตลอดได้ย้อนถามผู้ร่วมงานว่า สรุปแล้ว “นายกฯ เป็นคนตลกจริงหรือไม่?”

สำหรับ การประชุม CLMVT Forum 2019 เป็นเวทีการแสดงศักยภาพของ 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งไทย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจในยุคสงครามการค้า และร่วมขับเคลื่อนภูมิภาคสู่ศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย รวมถึงสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และนักวิชาการ เพื่อส่งเสริม และต่อยอดเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของกัมพูชา ,สปป.ลาว และเมียนมา รวมถึงผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน และนักวิชาการเช้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง