3
shared

ฟอร์ด เรนเจอร์ ตะลุยเส้นทางโหด 3,000 โค้ง กับภารกิจพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านเลตองคุ

22 มิถุนายน 2562 17:21 113
ฟอร์ดเรนเจอร์พิสูจน์ความแกร่งตะลุยฝ่าเส้นทางโหด 3,000 โค้ง พร้อมบรรทุกของใช้ที่จำเป็นเข้าไปพัฒนาชุมชนบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า


ฟอร์ด ประเทศไทย ยกคาราวานสื่อมวลชนร่วมทำภารกิจสุดท้าทาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชุมชนเขตวัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ‘บ้านเลตองคุ’ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก โดยใช้ฟอร์ด เรนเจอร์ ร่วมพิสูจน์สมรรถนะความแข็งแกร่ง ทนทาน และการบรรทุก สามารถสยบทุกเส้นทางโหด ผ่านกว่า 3,000 โค้ง กับภารกิจเพื่อชุมชนอันห่างไกล “Mission Possible” 


ทันทีที่บินลัดฟ้าจากเมืองกรุงฯ มาถึงอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทีมงานฟอร์ดก็มอบภารกิจแบบไม่ทันให้ตั้งตัว โดยยื่นซองกระดาษที่ข้างในระบุไว้ชัดเจนว่ารถแต่ละคันต้องไปซื้ออะไรและขนอะไรไปบ้าง ซึ่งวัสดุอุปกรณ์และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เหล่านี้จะถูกนำไปพัฒนาชุมชนในเขตพื้นที่ทุรกันดาร ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แท้งก์น้ำ เครื่องปั่นไฟ โซลาร์เซลล์ และวัสดุก่อสร้างเพื่อใช้ในการบูรณะโรงเรียนและสถานที่สาธารณะในชุมชน 

แน่นอนว่า 2 พระเอกของงานอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค และรุ่นลิมิเต็ด ก็บรรทุกสัมภาระต่างๆ ได้แบบสบายๆ เพราะถูกพัฒนาให้สามารถรองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ด้วยศักยภาพที่เหนือชั้นในการบรรทุกได้กว่า 961 กิโลกรัม และลากจูงได้สูงถึง 3,500 กิโลกรัม อีกทั้งยังให้ความสะดวกในการขนสัมภาระ พร้อมพื้นที่ท้ายกระบะกว้างและฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift Tailgate ช่วยลดการออกแรงในการปิด-เปิดฝาท้าย ทำให้สามารถจัดการงานหนักได้อย่างง่ายขึ้น 


จากนั้นคณะจึงออกเดินทางพร้อมกับสัมภาระหนักๆ ได้อย่างไร้ปัญหา ที่สำคัญยังถือโอกาสพิสูจน์สมรรถนะและความทนทานของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไปในตัวด้วย โดยเฉพาะกับช่วงล่างที่ทางฟอร์ดย้ำชัดว่าแข็งแกร่ง! กับโครงสร้างพิเศษที่เชื่อมต่อด้วย Ford Smart Mount ทำให้สามารถช่วยกระจายน้ำหนักไปทั่วท้ายกระบะ และไม่ต้องกังวลว่าจะควบคุมรถได้ลำบากหากมีการบรรทุกหนัก เพราะใช้พวงมาลัยไฟฟ้าและมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวติดตั้งมาให้ ซึ่งก็เป็นจริงตามที่ฟอร์ดได้พรีเซ้นต์ไว้ เพราะหลังจากที่ได้ขับแบบยาวๆ สัมผัสได้ชัดว่าการควบคุมรถและการทรงตัวผ่าน 1,219 โค้ง ตลอดเส้นทางกว่า 170 กิโลเมตร จากอำเภอแม่สอดไปยังอำเภออุ้มผาง สามารถทำได้อย่างมั่นใจ



ในวันถัดมาคณะสื่อมวลชนพร้อมออกเดินทางสู่บ้านเลตองคุ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงลัทธิฤาษีที่มีประวัติศาสตร์นานกว่า 200 ปี ที่ยังคงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก วิถีชีวิตของกระเหรี่ยงเลตองคุ คือการปลูกพืชสวน พืชไร่ โดยยังคงรักษาวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อแบบดั้งเดิมไว้ เช่น การห้ามตัดผม โดยผู้ชายจะมวยผมไว้ตรงกลางหัว ส่วนผู้หญิงจะมวยผมไว้ที่ท้ายทอย ชาวเลตองคุจะไม่เลี้ยงและไม่กินเนื้อสัตว์เลี้ยงทุกชนิด เช่น หมู เป็ด ไก่ สัตว์ที่เลี้ยงเช่น ช้าง วัว และควาย จะเอาไว้ใช้งานเท่านั้น ห้ามกินเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่มีบุญคุณ และถ้าสัตว์เหล่านี้ตายไปจะต้องทำพิธีเผาให้ด้วย ส่วนสัตว์ที่ชาวเลตองคุกินคือปลาและสัตว์ที่ไม่ได้เลี้ยงไว้ นอกจากนี้ยังห้ามดื่มเหล้าด้วย หมู่บ้านเลตองคุเคร่งครัดเรื่องประเพณี ความเชื่อ และมีกฎระเบียบเป็นอย่างมาก


โดยจุดที่เป็นไฮไลท์ของภารกิจครั้งนี้ คือ การเดินทางจากบ้านเปิ่งเคลิ่งไปถึงบ้านเลตองคุ ซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ทีมงานฟอร์ดแจ้งผ่านวิทยุสื่อสารพร้อมย้ำว่า ให้รถทุกคันปรับโหมดขับเคลื่อนเป็นสี่ล้อ 4L เท่านั้น ถึงจะผ่านไปได้ เนื่องจากสภาพเส้นทางเละกว่าตอนมาสำรวจ เพราะฝนเพิ่งตกลงมาก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมง จากเดิมที่รถทุกคันต้องฝ่าแนวเขาทางโค้งและขึ้นลงลาดชัน แถมบางช่วงก็แคบและขรุขระเป็นหินแหลมคม ซึ่งเป็นอุปสรรคของเส้นทางสายนี้อยู่แล้ว ยังต้องเผชิญกับพื้นผิวถนนที่แปรสภาพเป็นฟิล์มลื่นๆ และนั่นยิ่งทำให้การขับขี่อันตรายกว่าเดิม ผู้ขับทุกคนจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น อีกทั้งด้านซ้าย-ขวาบางช่วงก็เป็นเหวลึก ที่สำคัญยางที่ติดมากับรถก็เป็นแบบไฮ-เทอร์เรน เมื่อมีโคลนมีดินเข้าไปอุดตันตามร่องดอกยาง ก็ไม่ต่างอะไรกับยางที่ไร้ดอก 


อย่างไรก็ตามอุปสรรคก็มีไว้ข้ามผ่าน คาราวานฟอร์ดยังคงเดินหน้าต่อ แม้จะทุลักทุเลบ้างในบางช่วง แต่ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ 4x4 บวกกับพลังกำลังและแรงบิดของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบที่มีอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ เมื่อทำงานผสานกับระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HLA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (HDC) ก็ช่วยให้ทุกคนสามารถขับขี่ได้มั่นใจยิ่งขึ้น และเคลื่อนผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ กว่า 15 กม. ไปถึงจุดหมายที่บ้านเลตองคุได้อย่างปลอดภัย โดยใช้เวลาร่วมๆ 4 ชั่วโมง 


เมื่อเดินทางถึงบ้านเลตองคุ พี่น้องสื่อมวลชนได้ร่วมแรงร่วมใจทำภารกิจ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนเขตวัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะสะพานไม้ที่ชำรุดที่ใช้เป็นทางเข้าออกหลักระหว่างหมู่บ้านกับชุมชนภายนอก รวมถึงร่วมแรงร่วมใจกันปรับปรุงและฟื้นฟูโรงเรียน ตชด. บ้านเลตองคุ



สื่อมวลชนและทีมงานฟอร์ด ตลอดจนชาวบ้าน ช่วยกันเปลี่ยนหลังคาโรงอาหารที่ชำรุดทรุดโทรม ปรับปรุงพื้นกระเบื้องยางในห้องเรียน เพื่อให้เด็กๆ เรียนหนังสือได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทาสีอาคารเรียนใหม่ ติดตั้งเสาไฟโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มแสงสว่าง ติดตั้งเครื่องกรองน้ำและแท้งก์น้ำเพื่อให้ชุมชนมีน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภค และปรับปรุงระบบแสงสว่างให้สุขศาลาประจำหมู่บ้าน (อนามัย)


หลังเสร็จภารกิจสื่อมวลชนได้ตั้งแคมป์พักแรม และรับประทานอาหารพื้นบ้านของชาวกะเหรี่ยงฤาษี พร้อมชมการแสดงพื้นบ้าน 'รำตง' ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน



วันรุ่งขึ้น สื่อมวลชนได้ออกเดินทางสู่บ้านเปิ่งเคลิ่ง สุดเขตชายแดนประเทศไทย ติดบ้านห้วยแดนทางฝั่งพม่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่สำคัญและมีประวัติความเป็นมามากว่า 100 ปี ระหว่างการเดินทาง สื่อมวลชนได้ทดสอบการขับขี่แบบต่างๆ อีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะการใช้ระบบ 4x4 Low พร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย อีกตัวช่วยในการขับขี่แบบออฟโรดเมื่อเผชิญกับเส้นทางโหด เป็นการปิดท้ายทริปภารกิจเพื่อชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ก่อนเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ


สมรรถนะ เทคโนโลยีการขับขี่ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายที่เหนือชั้นของฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นที่มาของภารกิจในครั้งนี้ เพราะยังมีผู้คนและชุมชนในเขตพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารที่ยังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก การเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ต้องอาศัยยานพาหนะที่ตอบโจทย์การขับขี่บนเส้นทางที่ยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ บ้านเลตองคุ นี้อยู่กลางหุบเขา การลงพื้นที่มีความท้าทายอย่างมาก ทำให้ความช่วยเหลือเข้าถึงได้ยาก