3
shared

หดหู่! เปิดจดหมายฉบับสุดท้าย 'น้องชายแดน' ส่งไม่ถึงมือแม่

22 มิถุนายน 2562 09:27 1427
เปิดจดหมายฉบับสุดท้ายน้องชายแดนส่งไม่ถึงมือแม่ ระบุ ต้องถูกซ่อมตลอดเวลา ถูกทรมานสาหัส ต้องการกลับบ้านก็กลับไม่ได้ อยู่ในสถาบันแห่งนี้เหมือนอยู่ในนรก


จากกรณีการสืบสวนคดีร่วมกันทำร้าย ด.ช.ฐปกร หรือน้องชายแดน ทรัพย์สิน อายุ 14 ปี จนถึงแก่ความตาย ซึ่งคดีนี้มีผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ เจ้าของสถาบันกวดวิชา เตรียมทหาร “บ้านครูพี่ณัฐ” น.ส.พีรญา พละแสน ภรรยา และ น.ส.นงลักษณ์ พละ แม่ยาย โดยทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น

วันนี้ (21 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงงานว่า สำหรับบรรยากาศเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ คึกคักด้วยกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวคดีครูณัฐ แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดระเบียบสื่อมวลชนใหม่ เพื่อจะได้ไม่ละเมิดสิทธิ์ผู้ปกครอง และเด็ก ในคดีนี้


พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผกก.สภ.เมือง มีการเรียกประชุมพนักงานสอบสวนในคดีเพื่อซักซ้อมและวางแนวทางการสืบสวนสอบสวน ภายหลังกลับจากการรายงานความคืบหน้าทางคดีให้ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และ พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงษ์ ผบก.ภ.นครสวรรค์ ทราบ เบื้องต้นได้สั่งการด่วยให้ตำรวจสายตรวจในเขตรับผิดชอบ อ.เมืองนครสวรรค์ ไปสำรวจโรงเรียนกวดวิชาทั้งที่ได้รับการอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาต เพื่อรายงานไปยังตำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในวันนี้ 

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ผู้ปกครองจำนวน 3 ราย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน บริเวณชั้น 4 สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยหนึ่งในจำนวนผู้ปกครอง มีเด็กชายอายุประมาณ 15 ปี คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนร่วมเรียนกวดวิชากับน้องชายแดนมาด้วย จากนั้นพนักงานสอบสวนก็พูดคุยและนำผู้ปกครองลงมาสอบสวนยังบริเวณห้องพนักงานสอบสวนชั้น 2 บน สภ.มืองนครสวรรค์ จากนั้นผู้ปกครองรายอื่นๆ ก็ทยอยเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเป็นระยะ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็แยกห้องสอบ และไม่ยอมให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ ทำข่าว เพราะเกรงว่าจะไปกระทบสิทธิเด็กและเยาวชน


อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสำนวนให้เสร็จทันภายในกำหนดฝากขังผลัดแรก จะคัดค้านการประกันตัวอีกรอบ ซึ่งจะแล้วเสร็จหรือไม่นั้น ตำรวจจะเร่งทำงานให้เร็วที่สุด ส่วนผู้ปกครองแจ้งความเพิ่มหรือไม่นั้น อยู่การตัดสินใจของผู้ปกครองเองเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบสภาพจิตใจเด็ก และจะต้องมีหลักฐานประกอบรอบด้าน เช่น ใบรับรองแพทย์ เป็นต้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ฝากขังผู้ต้องผ่านมาแล้ว 2 วัน จะเร่งทำสำนวนให้ทันก่อนจะครบกำหนดฝากขังผลักแรก 12 วัน ซึ่งหากไม่สามารถสรุปสำนวนได้ทันฝากขังครั้งแรกจะยืนขอผลักฟ้องอีก เพราะพนักงานสอบสวนยังคงยืนยันจะคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ขณะนี้พนักงานสอวนได้ส่งหลักฐาน ตรวจพิสูจน์กว่าร้อยชิ้น รอผลการตรวจยืนยัน และจะสอบปากคำแพทย์ที่ตรวจน้องชายแดน ก่อนเสียชีวิตและผลการตรวจสภาพหลังเสียชีวิต 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 13.00 น.พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายพิษณุ ทรัพย์สิน และนางสุวรรณา ทรัพย์สิน ไปตรวจยืนยันดีเอ็นเอที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อนำมาให้พนักงานสอบสวนยืนยันเทียบเคียงกับดีเอ็นเอของบุตรชายที่พบจากบ้านพักและไม้เบสบอลของผู้ต้องหา


ด้าน นางสุวรรรณา เปิดเผย ว่า ทราบความคืบหน้าทางคดีจากสื่อมวลชนและพนักงานสอบสวน เบื้องต้นก็รู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้ นำตัวมาลงโทษดำเนินคดี แต่พอทราบรายละเอียดจากสื่อมวลชนก็เสียใจมากที่ลูกมาเรียนที่นี่ และยิ่งเจ็บปวดแทนลูกที่ต้องถูกกระทำเช่นนี้ พฤติกรรมของครูณัฐผิดมนุษย์จริงๆ สงสารลูกมาก จะไม่ขอรับการขอโทษจากผู้ตองหาเด็ดขาด กรุณาอย่ามาเลยไม่ยกโทษให้ อย่ามาจองเวรจองกรรมกันอีกเลย 

นางสุวรรณา กล่าวต่อว่า ขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างถึงที่สุด เนื่องจากพฤติกรรมโหดร้ายมาก หากพ้นผิดออกมาลอยนวลในสังคมจะมีเด็กเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ ต้องมาสังเวยชีวิตรับบาดเจ็บเหมือนลูกตน 


“เดิมไม่ต้องการให้ลูกมาเรียนที่นี่แต่ด้วยความตั้งใจของลูก จึงวางแผนให้ลูกลาออกมาเรียนระดับมัธยมต้นจาก กศน.ก่อน โดยจะจบมัธยมต้นในเทอมหน้านี้ จากนั้นจะสมัครเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 อีก 1 ปี จากนั้นจะไปสมัครสอบเตรียมทหาร โดยที่ผ่านมาลูกได้หาข้อมูลสมัครเรียนโรงเรียนกวดวิชาเอง จากข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตมาเจอบ้านครูพี่ณัฐ เห็นรูป เห็นโปรไฟล์ และได้พูดคุยทางแชท ลูกชายปลื้ม และศรัทธาในตัวครูมาก จึงมั่นใจว่าครูพี่ณัฐจะสามารถติวจนสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้

จึงสมัครมาเรียนทั้งที่ตนไม่เต็มใจ แต่เพื่ออนาคตลูกจึงยอมให้มาเรียนโดยทางสถาบันกวดวิชาเป็นคนวางแผนการเรียนให้ทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายในการศึกษานั้น ปีแรกต้องเสียเงิน 210,000 บาท ปีที่สองเสีย 250,000 บาท ไม่รวมค่าที่พัก อาหาร ซึ่งในปีที่สอง ที่ผ่านมาช่วงแรกให้ผู้ปกครองเข้าพบได้ตามตกลงกันไว้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง และสามารถพาลูกไปนอนบ้านได้ 1 วัน

ต่อมา ครูณัฐเริ่มอ้างว่าลูกต้องเก็บตัวไม่สามารถพบได้ ต้องอ่านหนังสือ เริ่มห่างติดต่อลูกไม่ได้ต้องนัดพบลูกล่วงหน้ากำหนดวันมาพบได้ มาทราบอีกครั้งก็ได้รับโทรศัพท์จากครูณัฐว่าลูกหัวแตก แต่ว่าลูกแขนหัก และที่ผ่านมาสังเกตว่าลูกซึมเศร้ามาโดยตลอด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังน้องชายแดนเสียชีวิตแล้ว ผู้ปกครองได้เข้าไปเก็บของในสถาบัน แล้วไปเจอจดหมายของน้อง ที่เขียนบันทึกไว้เตรียมส่งให้แม่ แต่ไม่สามารถส่งไปได้ เมื่อพ่อแม่นำออกมาอ่านถึงกับร้องให้ โดยใจความทราบว่า ลูกมาอยู่ที่สถาบันเหมือนตกนรก ต้องถูกซ่อมตลอดเวลา ถูกทรมานสาหัส ต้องการกลับบ้านก็กลับไม่ได้ อยู่ในสถาบันแห่งนี้เหมือนอยู่ในนรก โดยกระทำแดกตลอดเวลา ลำบากมาก โดยซ้อมตลอดเวลา ซึ่งใจความลูกน่าจะมีเรื่องอะไรกันมาก่อน แล้วลูกโดนซ่อมตลอดเวลาและมีข้อความหยาบคายหลายคำ 

ด้านนายพิษณุ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้เสียใจมากที่ลูกชายคนเดียวจากไป ครอบครัวตนเหลือกันเพียงสองคนเท่านั้น ไม่สามารถมีบุตรได้ตอนนี้ทำให้เพียงนั่งดูรูปภาพของลูกเท่านั้น อยากให้ครอบครัวของคนร้ายได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย อย่าออกมาสร้างความเดือดร้อนแก่สังคมอีกเลย