3
shared

ตร.ภาค 5 ยึดไอซ์สูตรใหม่ฤทธิ์แรงขึ้น

21 มิถุนายน 2562 15:22 506
ตร.ภาค 5 รวบเครือข่ายยาเสพติด ลอบขนไอซ์ยึดของกลาง 105.9 กก. คาดเป็นยาไอซ์สูตรใหม่ที่มีเคตามีนเป็นส่วนผสม หลังใช้น้ำยาทดสอบได้ผลเป็นบวก เตรียมส่งห้องแล๊ปตรวจแยกสารละเอียดอีกครั้ง เชื่อนักค้าคิดสูตรใหม่ นำเคตามีนผสมไอซ์ช่วยออกฤทธิ์แรงขึ้น


วันที่ 21 มิ.ย.62 ยาไอซ์จำนวน 105.9 กิโลกรัม บรรจุในถุงชาจีน ยี่ห้อ เถี่ยกวนอิม  แบบฉลากสีเงิน และสีทอง  พร้อมรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน ผห 3787 เชียงใหม่ เป็นของกลางที่ชุดสืบสวน  ตำรวจภูธรภาค 5 นำมาแถลงข่าวผลการจับกุม โดยมี พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง และ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  ปปส.ภาค 5 และฝ่ายปกครอง ร่วมแถลง ที่กองบังญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าได้ติดตามพฤติกรรมของนายภานุวัฒน์ ยานุมาศภูษิต หรือ วัฒน์ อายุ 36 ปี  ภูมิลำเนา อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเคยถูกจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อมาหลังพ้นโทษยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่ จนล่าสุดทราบว่านายภานุวัฒน์ ได้ไปรับจ้างเฝ้าสวนลำไย ในพื้นที่ จ.ลำพูน แต่ยังคงเดินทางไปยัง จ.เชียงรายเป็นประจำ

กระทั่งเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากสายลับว่านายภานุวัฒน์ จะเดินทางไปยัง จ.เชียงราย เพื่อลักลอบขนยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยตาม  จนช่วงกลางดึกของคืนวันเดียวกันก็สามารถสะกัดจับนายภานุวัฒน์ ได้บริเวณถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ใกล้ปั๊มน้ำมัน ปตท. ม. 10 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน และจากการตรวจค้นรถพบของกลางยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้ ที่วางอยู่เบาะด้านหลัง และท้ายรถกระบะโดยมีสแลนสีเขียวคลุมทับไว้

จากการสอบสวนนายภานุวัฒน์  สารภาพว่า รับจ้างขนลำเลียงยาเสพติดตามชายแดนด้าน จ.เชียงรายก่อนนำมาพักไว้ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และลำพูน เพื่อรอนำส่งเครือข่ายในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ โดยครั้งนี้ได้ค่าจ้างในการขน 3 แสนบาท 

ส่วนของกลางยาไอซ์ทั้งหมดเป็นของนายเยีย และนายเปา ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่เคลื่อนไหวอยู่ตามพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องการตัวและอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม

ขณะที่เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5  ได้นำน้ำยาทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นมาทดสอบยาไอซ์ของกลาง พบว่ายาไอซ์ที่บรรจุในถุงชา  ได้ผลบวก ทั้งในส่วนของไอซ์ และคีตามีน   ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ตรวจพบ  จากข้อสันนิฐานอาจเป็นการผสมสูตรใหม่ ที่มีการผสมทั้งไอซ์ ที่เป็นเมทแอมเฟตามีนบริสุทธิ์  ส่วนคีตามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์  ไว้ในบรรจุภัณฑ์เดียวกันจริง  โดยหลังจากนี้จะต้องส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจพิสูจน์ทราบสารเสพติดอีกครั้งให้เกิดความชัดเจนว่ามีการผสมทั้งไอซ์ และคีตามีนเข้าไปยาเสพติดถุงเดียวกัน  

พล.ต.ต.ภานุเดช ระบุว่า  ถือเป็นการตรวจพบครั้งแรก  หลังนำชุดทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นมาตรวจสอบ ทั้งชุดทดสอบไอซ์ และเคตามีน ซึ่งก็มีผลเป็นบวกทั้งคู่ แสดงว่ามีการผสมยาเสพติดทั้งสองชนิดอยู่ในถุงเดียวกัน   ซึ่งจากการถามกลุ่มผู้เสพที่เข้ารับการบำบัด เวลาเสพไอซ์แล้วมักจะเสพคีตามีนตามเข้าไป เพราะฤทธิ์ของคีตามีนจะไปกระตุ้นยาไอซ์ให้ออกฤทธิ์เร็วขึ้น นานขึ้น และแรงขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่อาจมีการผสมสูตรดังกล่าวขึ้นใหม่ เพื่อให้ยาไอซ์ออกฤทธิ์ดีขึ้น หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลถึงเครือข่ายที่ร่วมขบวนการต่อไป

ส่วนนายภานุวัฒน์ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา" มียาเพสติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป