2
shared

ชาวเวเนฯหนีวิกฤตในประเทศ หลั่งไหลเข้าเปรู

15 มิถุนายน 2562 13:21 509
ชาวเวเนซุเอลาหลายพัน รีบเดินทางไปยังพรมแดนภาคเหนือของเปรูให้ทันก่อนกำหนดเส้นตาย 15 มิ.ย. ที่รัฐบาลเปรูจะอนุญาตให้ผ่านเข้าพรมแดนเฉพาะผู้ที่มีวีซ่าและพาสปอร์ตที่ถูกต้องเท่านั้น

วันนี้ ( 15 มิ.ย. 62 )ชาวเวเนซุเอลาหลายพันคน รีบเร่งไปยังพรมแดนภาคเหนือของเปรูเมื่อวันศุกร์ ด้วยความหวังว่าจะเดินทางเข้าเปรู ก่อนมีการบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มผู้อพยพเข้าเมืองในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 15 มิถุนายน โดยเปรูยังถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา

ทั้งนี้เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาล่มสลายภายใต้การบริหารของ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร จนทำให้เกิดวิกฤตผู้อพยพครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของลาติน อเมริกา ซึ่งบีบให้หลายประเทศ เช่น เปรู ประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีประชาชน 32 ล้านคน รับมือกับการหลั่งไหลของผู้อพยพจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

มีเด็กจำนวนมากในกลุ่มผู้อพยพที่เหนื่อยล้า ซึ่งเดินทางจากเอกวาดอร์ เข้าเมืองทัมเบส เมืองพรมแดนของเปรูเมื่อวันศุกร์ ก่อนกำหนดเส้นตายที่จะบังคับให้ผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาทั้งหมดต้องใช้วีซ่าและพาสปอร์ตในการเข้าประเทศเปรู


สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปรู แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า เฉพาะวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาวันเดียว มีชาวเวเนซุเอลา 5,849 คน ทะลักเข้าสู่เปรูที่เมืองทัมเบส เมื่อเทียบกับในแต่ละวันก่อนหน้านี้ ที่มีอยู่ประมาณ 1,500-2,000 คน ในช่วงหลายเดือนมานี้

โรสเมารา ผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา วัย 25 ปี กล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่แย่มาก เธอเดินทางมาหนึ่งสัปดาห์จากเมืองมาราไคโบ ทางตะวันออกของเวเนซุเอลา จนมาถึงเมืองทัมเบส พร้อมกับลูก 2 คน ซึ่งเธอกลัวว่า หลังวันที่ 15 มิถุนายนแล้ว เปรูจะไม่ยอมให้ลูกสาววัย 5 ขวบของเธอเข้าประเทศ เพราะไม่มีพาสปอร์ต เธอบอกว่า ต้องจ่ายเงินถึง 200-500 ดอลลาร์สหรัฐในเวเนซุเอลาในการขอพาสปอร์ต ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้สำหรับประชาชนในประเทศที่มีค่าแรงขั้นต่ำต่อเดือน เพียง 6 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 188 บาท และเธอหวังว่าจะทำพาสปอร์ตเมื่อเดินทางถึงชิลี


ด้านสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า มีชาวเวเนซุเอลา 4 ล้านคน มากกว่า 1 ใน 10 ของประชากร หลบหนีวิกฤตเศรษฐกิจและมนุษยธรรมในประเทศบ้านเกิด ขณะที่ รัฐบาลเปรูบอกว่า เปรูรองรับผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาแล้วประมาณ 8 แสนคน เป็นรองแค่โคลอมเบีย ที่รับผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาแล้วมากกว่า 1.2 ล้านคน