0
shared

MRO ศูนย์ซ่อมอากาศยานสุดล้ำรองรับการบินอาเซียน

15 มิถุนายน 2562 10:29 38
ปัจจุบันเครื่องบินที่ให้บริการอยู่ในประเทศร้อยละ60จาก800ลำจะถูกส่งไปซ่อมที่สิงคโปร์ เนื่องจากศูนย์ซ่อมของการบินไทยที่ให้บริการอยู่ส่วนใหญ่จะซ่อมเครื่องบินของการบินไทยเอง ดังนั้นท่าอากาศยานอู่ตะเภาจึงถูกวางให้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO แห่งใหม่


ข้อมูลจากแอร์บัส ได้ประเมินการเติบโตของธุรกิจการบิน ในอีก 20 ปีข้างหน้า พบว่า ความต้องการเครื่องบินจะสูงเป็นเท่าตัว หรือ กว่า 37,400 ลำ โดยเฉพาะ กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา กลุ่มเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีการเติบโตสูง กินส่วนแบ่งถึงร้อยละ 40 หรือ 15,000 –16,000 ลำของความต้องการทั่วโลก การตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน เพื่อดึงเครื่องบินเหล่านี้มาใช้บริการในไทย จึงสร้างความเติบโตและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ๆ ด้านการบินเข้ามาในประเทศ


ขณะนี้ ไทย มีเครื่องบินที่ให้บริการอยู่ถึง 800 ลำ เครื่องบินเหล่านี้ใช้บริการศูนย์ซ่อมต่างประเทศถึง ร้อยละ 60 ขณะที่ ศูนย์ซ่อมในประเทศ ผู้ให้บริการคือ การบินไทย แต่ก็สามารถซ่อมเครื่องบินรุ่นที่การบินไทยใช้งานอยู่เป็นหลัก ซึ่งความร่วมมือของการบินไทยและแอร์บัส ในการตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO ในพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของไทย ซ่อมเครื่องบินโดยใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ๆ 


ส่วนความคืบหน้าการตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO ยังอยู่ในช่วงของการเจรจา ด้วยเพราะทั้ง 2 ฝ่ายยังมีข้อกังวลในหลายเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ  เช่น ข้อกฎหมาย การบริหารต้นทุน การบริหารจัดการ


นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่สนใจมาตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ในพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อรองรับสายการบินของตนเอง และสายการบินอื่นๆ เนื่องจากศูนย์ซ่อมอากาศยานยังมีอยู่น้อย เมื่อเทียบกับเครื่องบินที่กำลังขยายตัว รวมทั้งยังมีเอกชนสนใจจะมาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินในไทยอีกด้วย


ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ  EEC ได้ประเมินผลประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน จะสูงถึง 2 แสน 3 หมื่นล้านบาท จากรายได้การให้บริการ ลดค่าใช้จ่ายจากการไปส่งเครื่องบินไปซ่อมต่างประเทศ เพิ่มการจ้างงาน และที่สำคัญ สามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ