2
shared

'ทรัมป์' มั่นใจ 'อิหร่าน' มีเอี่ยวโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอ่าวโอมาน

15 มิถุนายน 2562 07:04 158
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เชื่อว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน ขณะที่ ผู้นำอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่าเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลาง

วันนี้ (15 มิ.ย.62) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปฏิเสธการยืนยันของอิหร่านที่บอกว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน โดยทรัมป์อ้างคลิปภาพวิดีโอที่วอชิงตันระบุว่า เป็นกองกำลังของอิหร่านในเรือขนาดเล็กลำหนึ่งกำลังเก็บทุ่นระเบิดที่ไม่ทำงานนอกตัวเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในเวลากลางคืน ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า "ก็เห็นกันอยู่ เป็นฝีมือของอิหร่านอย่างแน่นอน"

ผู้นำสหรัฐ กล่าวด้วยว่า เป็นไปไม่ได้ที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางการเดินเรือสินค้าที่สำคัญ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก 1 ใน 3 ในแต่ละปี แต่หากอิหร่านจะปิดช่องแคบสำคัญแห่งนี้จริงๆ ก็จะปิดได้ไม่นาน 

ทั้งนี้ การแทรกแซงของทรัมป์มีขึ้นภายหลังนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า อาวุธที่ใช้ ระดับความเชี่ยวชาญในการโจมตี และความคล้ายคลึงกับการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ 

ด้าน นายแพทริก แชนาแฮน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเพื่อพยายามที่จะสร้างฉันทามติระหว่างประเทศต่อปัญหานี้ ซึ่งถือเป็นปัญหาระหว่างประเทศเช่นกัน 

ขณะที่ นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ หรือยูเอ็น กล่าวว่า ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องทำให้ปรากฏ ส่วนรัสเซียเตือนว่า อย่าเพิ่ง “ด่วนสรุป”

ด้าน ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ผู้นำอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐเมื่อวันศุกร์ว่า เป็นภัยคุกคามอย่างเลวร้ายต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลาง แต่ไม่ได้อ้างถึงโดยตรงเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน 

สำหรับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดเรือบรรทุกน้ำมันของญี่ปุ่นและนอร์เวย์ครั้งนี้ เกิดขึ้นหนึ่งเดือนหลังเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำ ได้รับความเสียหายจากการโจมตีนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ซึ่งสหรัฐประณามว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตี แต่ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจน และอิหร่านก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ทวีความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งการบริหารประเทศในปี 2560 เขานำสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่านกับชาติมหาอำนาจโลก ซึ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา และเดินหน้าใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอย่างเข้มข้น