
กระทรวงคมนาคมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันครั้งใหญ่ หลังเรียกผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชั้นนำ 8 ราย ได้แก่ Grab, Bolt, InDrive, TADA, MAXIM, LINE MAN, Lalamove และ FINGOGO เข้าหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อกำหนดแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจน สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมขนส่งสาธารณะ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมว่า กระทรวงคมนาคมได้กำหนดมาตรการสำคัญ 5 ด้าน เพื่อยกระดับการให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้โดยสาร ผู้ขับรถ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม
มาตรการแรก คือ การยกระดับมาตรฐานผู้ขับรถ โดยกำหนดให้ผู้ขับรถทุกคนในระบบต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ แอปพลิเคชันต้องหยุดรับผู้ขับรายใหม่ที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าสู่ระบบ และงดจ่ายงานให้ผู้ขับที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ขับเดิมจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 หากไม่ปฏิบัติตาม แอปพลิเคชันต้องระงับบัญชีผู้ใช้งานทันที
มาตรการที่สอง เน้นการสร้างความปลอดภัย โดยกำหนดให้ทุกเที่ยวการเดินทางต้องมีประกันภัยคุ้มครองทั้งผู้โดยสารและผู้ขับรถ พร้อมสนับสนุนการติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งภายในและภายนอกรถ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการ
ด้านมาตรการที่สาม คือ การเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต้องส่งฐานข้อมูลผู้ขับและรถที่อยู่ในระบบให้กรมการขนส่งทางบก รวมถึงเปิดช่องทางให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ติดตามและดำเนินการกรณีเกิดเหตุหรือพบการกระทำผิดกฎหมาย
ส่วนมาตรการที่สี่ มุ่งสร้างความเป็นธรรมด้านรายได้ โดยกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP) สำหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ รย.18 ไม่เกิน 25% ขณะที่รถแท็กซี่มิเตอร์สามารถเรียกเก็บได้เฉพาะค่าเรียกรถไม่เกิน 20 บาท และห้ามเก็บค่า GP เพิ่มเติม พร้อมกำหนดให้แอปพลิเคชันแสดงตัวเลือกแท็กซี่เป็นลำดับแรกเมื่อผู้โดยสารเลือกใช้บริการ
สำหรับรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน กระทรวงคมนาคมจะพิจารณากำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่สร้างภาระแก่ผู้ขับขี่มากเกินไป
มาตรการที่ห้า คือ การทบทวนกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยเตรียมพิจารณาเปิดทางให้นิติบุคคลสามารถนำรถเข้าจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมถึงขยายขนาดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์สาธารณะจากเดิมไม่เกิน 125 ซีซี เป็นไม่เกิน 250 ซีซี เพื่อเพิ่มทางเลือกและประสิทธิภาพการให้บริการ
สรุปข่าว
กระทรวงคมนาคมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันครั้งใหญ่ หลังเรียกผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชั้นนำ 8 ราย ได้แก่ Grab, Bolt, InDrive, TADA, MAXIM, LINE MAN, Lalamove และ FINGOGO เข้าหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อกำหนดแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจน สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมขนส่งสาธารณะ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมว่า กระทรวงคมนาคมได้กำหนดมาตรการสำคัญ 5 ด้าน เพื่อยกระดับการให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้โดยสาร ผู้ขับรถ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม
มาตรการแรก คือ การยกระดับมาตรฐานผู้ขับรถ โดยกำหนดให้ผู้ขับรถทุกคนในระบบต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ แอปพลิเคชันต้องหยุดรับผู้ขับรายใหม่ที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าสู่ระบบ และงดจ่ายงานให้ผู้ขับที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ขับเดิมจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 หากไม่ปฏิบัติตาม แอปพลิเคชันต้องระงับบัญชีผู้ใช้งานทันที
มาตรการที่สอง เน้นการสร้างความปลอดภัย โดยกำหนดให้ทุกเที่ยวการเดินทางต้องมีประกันภัยคุ้มครองทั้งผู้โดยสารและผู้ขับรถ พร้อมสนับสนุนการติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งภายในและภายนอกรถ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการ
ด้านมาตรการที่สาม คือ การเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต้องส่งฐานข้อมูลผู้ขับและรถที่อยู่ในระบบให้กรมการขนส่งทางบก รวมถึงเปิดช่องทางให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ติดตามและดำเนินการกรณีเกิดเหตุหรือพบการกระทำผิดกฎหมาย
ส่วนมาตรการที่สี่ มุ่งสร้างความเป็นธรรมด้านรายได้ โดยกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP) สำหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ รย.18 ไม่เกิน 25% ขณะที่รถแท็กซี่มิเตอร์สามารถเรียกเก็บได้เฉพาะค่าเรียกรถไม่เกิน 20 บาท และห้ามเก็บค่า GP เพิ่มเติม พร้อมกำหนดให้แอปพลิเคชันแสดงตัวเลือกแท็กซี่เป็นลำดับแรกเมื่อผู้โดยสารเลือกใช้บริการ
สำหรับรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน กระทรวงคมนาคมจะพิจารณากำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่สร้างภาระแก่ผู้ขับขี่มากเกินไป
มาตรการที่ห้า คือ การทบทวนกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยเตรียมพิจารณาเปิดทางให้นิติบุคคลสามารถนำรถเข้าจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมถึงขยายขนาดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์สาธารณะจากเดิมไม่เกิน 125 ซีซี เป็นไม่เกิน 250 ซีซี เพื่อเพิ่มทางเลือกและประสิทธิภาพการให้บริการ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มาตรการทั้งหมดเป็นการต่อยอดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลผู้ขับรถในระบบของตนเอง หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด และอาจถึงขั้นเพิกถอนหนังสือรับรองการให้บริการ
ขณะเดียวกัน กรมการขนส่งทางบกยังเปิดให้บริการทำและต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะนอกเวลาราชการเฉพาะวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน - 1 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30-15.30 น. ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
มาตรการดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างธุรกิจรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันของไทย ให้มีมาตรฐาน โปร่งใส ปลอดภัย และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนภายใต้กติกาที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย
- โบลท์ (Bolt) แถลงยืนยันให้บริการตามปกติ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อผู้ใช้บริการชาวไทยต่อเนื่อง
- Bolt ย้ำใส่ใจมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ พร้อมทำตามกฎหมายเข้มงวด
- “Bolt” เสี่ยงถูกปิด อาจไม่ให้ต่อใบอนุญาต เหตุแก้ปัญหาไรเดอร์ทำผิดซ้ำไม่ได้
- ขับ Bolt แบบอินฟลู ! เปิดตัวแคมเปญ "โบลท์ครีเอเตอร์" ชีวิตติดคอนเทนต์ทักษะดิจิทัลและการเงินระยะยาว
- หุ้น "Grab" ร่วงหนัก กังวลรายได้หลุดเป้า หลังสงคราม "ส่งคน-อาหาร" อาเซียนแข่งดุ
ที่มาข้อมูล : กระทรวงคมนาคม
ที่มารูปภาพ : กระทรวงคมนาคม
