นบข. ไฟเขียว 5 โครงการข้าว วงเงินกว่าหมื่นล้าน ดูดซับผลผลิต 11.5 ล้านตัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
นบข. ไฟเขียว 5 โครงการข้าว วงเงินกว่าหมื่นล้าน ดูดซับผลผลิต 11.5 ล้านตัน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569 ว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าดูแลเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความท้าทายจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน การผลิต และการขนส่ง รวมถึงความเสี่ยงจากสภาพอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบต่อภาคการเกษตรในระยะต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลยึดแนวทางสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการราคาข้าวให้อยู่ในระดับเหมาะสม การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของข้าวไทยทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และโลจิสติกส์ รวมถึงการสร้างเสถียรภาพของตลาดข้าวทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้แก่เกษตรกร

ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ข้าวโลกปีการผลิต 2569/2570 ซึ่งมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น โดยผลผลิตข้าวโลกคาดว่าจะลดลง 1% เหลือ 537.82 ล้านตันข้าวสาร ขณะที่การบริโภคและการค้าข้าวโลกยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้สต็อกข้าวโลกปรับลดลง ขณะที่ประเทศไทยมีแนวโน้มผลผลิตข้าวลดลงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหารและภัยแล้งในหลายประเทศ อาจเปิดโอกาสให้ไทยเพิ่มการส่งออกข้าวได้มากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ที่ประชุม นบข. จึงมีมติเห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ เป้าหมายบริหารจัดการข้าวเปลือกรวม 11.5 ล้านตัน กรอบวงเงินจ่ายขาดรวม 10,192.58 ล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ดูดซับผลผลิตส่วนเกิน และยกระดับคุณภาพข้าวไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน



สรุปข่าว

นบข. เห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ วงเงินรวม 10,192 ล้านบาท บริหารจัดการข้าวเปลือก 11.5 ล้านตัน รักษาเสถียรภาพราคาและรายได้เกษตรกร เดินหน้าสินเชื่อชะลอขาย ดูดซับผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และส่งเสริมข้าวคุณภาพสูง ภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” ขยายงบช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท เพิ่มอีก 1,846 ล้านบาท พร้อมเร่งยกระดับเมล็ดพันธุ์และขีดความสามารถแข่งขันข้าวไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569 ว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าดูแลเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความท้าทายจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน การผลิต และการขนส่ง รวมถึงความเสี่ยงจากสภาพอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบต่อภาคการเกษตรในระยะต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลยึดแนวทางสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการราคาข้าวให้อยู่ในระดับเหมาะสม การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของข้าวไทยทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และโลจิสติกส์ รวมถึงการสร้างเสถียรภาพของตลาดข้าวทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้แก่เกษตรกร

ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ข้าวโลกปีการผลิต 2569/2570 ซึ่งมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น โดยผลผลิตข้าวโลกคาดว่าจะลดลง 1% เหลือ 537.82 ล้านตันข้าวสาร ขณะที่การบริโภคและการค้าข้าวโลกยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้สต็อกข้าวโลกปรับลดลง ขณะที่ประเทศไทยมีแนวโน้มผลผลิตข้าวลดลงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหารและภัยแล้งในหลายประเทศ อาจเปิดโอกาสให้ไทยเพิ่มการส่งออกข้าวได้มากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ที่ประชุม นบข. จึงมีมติเห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ เป้าหมายบริหารจัดการข้าวเปลือกรวม 11.5 ล้านตัน กรอบวงเงินจ่ายขาดรวม 10,192.58 ล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ดูดซับผลผลิตส่วนเกิน และยกระดับคุณภาพข้าวไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน



มาตรการแรก คือ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม 8,428.58 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี วงเงิน 7,208.33 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตัน โดยรัฐสนับสนุนค่าฝากเก็บ 1,500 บาทต่อตัน เพื่อชะลอการระบายผลผลิตออกสู่ตลาด โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงิน 656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวเก็บสต็อก วงเงิน 564 ล้านบาท เป้าหมาย 4 ล้านตัน

ส่วนมาตรการระยะยาวภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) วงเงินรวม 1,764 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงิน 1,680 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตัน เพื่อบริหารจัดการข้าวส่วนเกินและเชื่อมโยงการแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงสำหรับหน่วยงานภาครัฐ และโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า หรือ “ข้าวประณีต ระยะที่ 2” วงเงิน 84 ล้านบาท ครอบคลุม 266 กลุ่มเกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตข้าวไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบขยายกรอบวงเงินโครงการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 หรือมาตรการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท จากเดิม 37,906.20 ล้านบาท เป็น 39,753.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,846.96 ล้านบาท เพื่อรองรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ยังมอบหมายให้กรมการข้าวดำเนินโครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต รวมถึงศึกษารูปแบบการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์คุณภาพ เช่น การจัดทำไซโลควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีเพียงพอและต่อเนื่องในระยะยาว

นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์ข้าวทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ดูแลรายได้เกษตรกร และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก

ที่มาข้อมูล : กระทรวงพาณิชย์

ที่มารูปภาพ : กระทรวงพาณิชย์