TNN24
Welcome to tnnthailand.com วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560
ทางออกปัญหาเหมืองแร่ทองคำ
3 ม.ค. 58, 13.29 น.
2554
ขนาดอักษร:
ส่งอีเมล์ พิมพ์หน้านี้
Like 0

ความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำและชาวบ้านชุมชนรอบเหมือง 5 จังหวัด ที่สะสมมาเป็นเวลากว่า 10 ปี นำไปสู่การออกมาคัดค้านของชาวบ้านหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ประกอบการยังคงเดินหน้าเตรียมขยายพื้นที่อาชญาบัตร ท่ามกลางเสียงคัดค้านของชาวบ้านรอบเหมือง

“ประเทศไทยถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพแหล่งแร่ทองคำกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค การผลิตทองคำต้องใช้สารโลหะหนักอย่างไซต์ยาไนด์ในการแต่งแร่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ชาวบ้านหลายจังหวัดในพื้นที่รอบเหมืองทองคำพยายามลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์และทวงคืนที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินพวกจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ หน่วยงานภาครัฐจึงเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่จะช่วยเยียวยา”

ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตัวแทนชาวบ้าน 5 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำ ทั้งสระบุรี ลพบุรี พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ รวมตัวเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หรือ กพร. เพื่อทวงถามการอนุมัติอาชญาบัตร และประทานบัตรทำเหมืองแร่ 101 แปลง ว่าแหล่งแร่ที่อนุมัติ ครอบคลุมพื้นที่ที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ โดยหาก กพร. อนุญาตให้ทำเหมืองทองจริง อาจกระทบที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของชาวบ้าน

ภาพถ่ายทั้งหมดเป็นหลักฐานที่ชาวบ้านจังหวัดสระบุรีนำมายืนยัน ชี้ให้เห็นว่าเมื่อ 2 ปีก่อน เคยมีบริษัทในเครือ อัครา รีซอร์เซส จำกัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ เข้ามาเจาะสำรวจแหล่งน้ำบาดาลในตำบลลำสมพุง และตำบลลำพญากลาง กว่า 200 บ่อ โดยไม่ได้รับอาชญาบัตรพิเศษ

เช่นเดียวกับการยื่นขออาชญาบัตรพิเศษทำเหมืองทองคำในจังหวัดเพชรบูรณ์ และพิจิตร เฟส 3 เพิ่มเติมของบริษัท อัครา รีซอร์เซสฯ ที่สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน 3 จังหวัดรอบเหมือง ประกอบกับผลตรวจเลือดของชาวบ้านตั้งแต่เดือนสิงหาคม ยังอยู่ระหว่างรอผลการพิสูจน์ว่ามีสารโลหะหนักปนเปื้อนหรือไม่

ความไม่ชัดเจนในการแก้ปัญหาของภาครัฐ ผู้ประกอบการ และการประเมินผล EHIA ที่อาจไม่โปร่งใส นำไปสู่การลุกขึ้นมาต่อสู้บนเวทีสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ที่ชาวบ้านออกมาประท้วงบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ซึ่งได้รับประทานบัตรเป็นเวลา 25 ปี บนพื้นที่กว่า 1,308 ไร่ แต่ปี 2555 เขื่อนกักเก็บกากสารไซยาไนด์พังทลายสารพิษรั่วไหลลงแหล่งน้ำ จึงมีคำสั่งหยุดกิจการชั่วคราว ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการต่อทั้งที่ผลกระทบยังไม่ได้รับการแก้ไข  รวมถึงการขอขยายพื้นที่ทำเหมืองทองเพิ่มเติมจนเป็นข้อพิพาทที่มีการฟ้องร้องชาวบ้าน 33 คน รวม 7คดี ทั้งแพ่งและอาญา เรียกค่าเสียหายกว่า 120 ล้านบาท  

อธิบดี กพร. เสนอแนะทางออกความขัดแย้งที่บานปลายของทั้งสองฝ่ายเกิดจากความไม่เข้าใจ ซึ่งกฏหมายเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในการควบคุมเท่านั้น แต่ความจริงใจในการแก้ปัญหาและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการเป็นสิ่งที่จะเยียวยาชาวบ้านได้ในระยะยาวโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน ในเขต อบต. เขาหลวง จังหวัดเลยคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งเงินค่าภาคหลวงที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นได้รับปีละ 10 -11 ล้านบาท แต่ต้องเฉลี่ยกันทั้ง 13 หมู่บ้าน หรือ1,047 ครัวเรือน ถือว่าไม่เพียงพอที่จะเยียวยาได้อย่างทั่วถึง

ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ทำเหมืองแร่ที่ได้ประทานบัตรกว่า 1,500 แปลง เฉพาะแปลงแร่ทองคำที่ได้รับประทานบัตรหรือใบอนุญาตให้ขุดแร่ได้มีทั้งหมด 33 แปลง และมีพื้นที่อีก 16 แปลงที่ได้รับอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตสำรวจแร่

สำหรับทองคำที่ผลิตได้ในประเทศจะส่งออกเกือบทั้งหมด ซึ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกทองคำของไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาทองคำในตลาดโลก โดยเฉพาะในปี 2554 ส่งออกทองคำมูลค่ากว่า 4,425.4 ล้านบาทและเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปี 2555 เฉลี่ยมูลค่าการผลิตแร่ทองคำมากกว่า 6 หมื่นล้านบาทต่อปี แม้ไทยมีแหล่งแร่ทองคำไม่ถึงร้อยละ 1 ของแร่ทั้งประเทศ แต่เมื่อรวมมูลค่าอุตสาหกรรมต่อเนื่องแล้วมากกว่าปีละ 3 ล้านล้านบาท

“แม้ขณะนี้จะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งบ่งชี้ได้คือเหมืองแร่โลหะนั้นมีความเสี่ยงเสี่ยงมากกว่าอุตสาหกรรมเหมืองประเภทอื่นๆ เพราะใช้สารพิษปนเปื้อนที่มาจากการทำเหมืองเหล่านี้จะตกค้างใต้ดิน ก่อนไหลลงสู่แหล่งน้ำ จนเป็นคำถามของชาวบ้านว่าคุ้มหรือไม่กับการใช้จ่ายเงินฟื้นฟูเยียวยาทั้งธรรมชาติและชาวบ้าน”

 

ทีมข่าวพิเศษ  TNN24  รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
ส่งข้อมูลนี้ให้เพื่อนคุณ
ชื่อของคุณ :  อีเมล์ของคุณ : 
ชื่อของเพื่อน :  อีเมล์ของเพื่อน : 
ข้อความ : 
กรอกตัวอักษรที่เห็นในภาพด้านล่าง :