TNN24
Welcome to tnnthailand.com วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560
"รัสเซียและจีน"อำนาจใหม่ในศตวรรษที่ 21
5 ม.ค. 58, 01.30 น.
7744
ขนาดอักษร:
ส่งอีเมล์ พิมพ์หน้านี้
Like 0

จับตาการผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่ในศตวรรษที่ 21 ของจีนและรัสเซีย หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงด้านการค้า พลังงาน และการทหารในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

ในรอบปี 2557 ที่ผ่านมา การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนและประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเพื่อหารือด้านความร่วมมือระหว่างประเทศทั้ง 2  ได้รับความสนใจและถูกจับตามองเป็นพิเศษ  ไม่เพียงเพราะประเทศทั้ง 2 เป็นประเทศมหาอำนาจและเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเท่านั้น  แต่การพบปะกันยังมีขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยุโรป  ขณะที่จีนก็มีความขัดแย้งกับสหรัฐ  จึงเป็นเรื่องที่จับตามองว่าชาติยักษ์ใหญ่ทั้งสองจะกระชับความสัมพันธ์และร่วมมือกันมากขึ้น โดยเฉพาะด้านยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ทั้งสองกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

โดยประธานาธิบดีสีค่อนข้างให้ความสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียเป็นอย่างมาก จึงเลือกเดินทางเยือนรัสเซียเป็นประเทศแรกหลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของจีนเมื่อปีที่แล้ว   นอกจากนั้นเขายังเข้าร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองโซชิตามคำเชิญของนายปูตินด้วย ขณะที่นายปูตินก็เป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่เดินทางเยือนจีนหลังจากที่นายสีขึ้นดำรงตำแหน่งเช่นเดียวกัน

ความจริงแล้วทั้งสองประเทศ ยังเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO  ที่มีประเทศเอเชียกลางช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงยังเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างกลุ่มบริกส์ BRIC ร่วมกับอินเดียที่มีตลาดขนาดใหญ่รองจากจีน และบราซิล ซึ่งมีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา ที่สำคัญกลุ่มบริกส์ยังจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ หรือธนาคารบริกและกองทุนสำรองซึ่งอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้  เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาของชาติสมาชิกและป้องกันวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เรียกว่ามีทั้งตลาดและเครื่องมือทาง การเงินในการผลักดันและการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยกลุ่มบริกส์ มีประชากรรวมกันถึงร้อยละ 42 ของประชากรโลก และมีมูลค่าเศรษฐกิจ 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนมีการค้าระหว่างประเทศรวม กันถึง 6.14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบร้อยละ 17 ของการค้าโลก ซึ่งการจัด ตั้งธนาคารและกองทุนใหม่ของกลุ่มบริกส์ ย่อมส่งสัญญาณถึงทิศทางการค้าและการลงทุนในอนาคตอย่างแน่นอน   แต่สิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือการพัฒนาและความร่วมมือระหว่างจีนและรัสเซีย เห็นได้จากการประชุมนอกรอบ SCO ซึ่งจีนยังเสนอที่จะสร้างระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมระหว่างจีน มองโกเลีย และรัสเซียด้วย

นอกจากนี้จีนยังเตรียมพร้อมด้วยการทำข้อตกลงเพื่อให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินสากลเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น  ซึ่งที่ผ่านมาจีนได้ทำข้อ ตกลงกับหลายประเทศในการใช้เงินหยวนและเงินสกุลสำคัญของประเทศนั้นๆในการทำการค้าขายระหว่างกัน โดยไม่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ  โดยผู้นำจีนและรัสเซียยังได้เจรจาที่จะใช้เงินหยวนในการซื้อขายระหว่างประเทศทั้งสองด้วยเช่นกัน โดยนายปูตินบอกว่ารัสเซียซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลก จะขายพลังงานเป็นหยวนหรือรูเบิ้ล และจะไม่ขายเป็นเงินดอลล่าร์อีกต่อไป 

การให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินสากลนับว่ามีความหมายสำคัญอย่างยิ่งต่อการเชื่อมต่อความสัมพันธ์กันทางการเงินของทวีปเอเชียและโลกต่อไปในอนาคตโดยมีสิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของเอเชียในการเชื่อมต่อกับศูนย์กลางการเงินสำคัญของโลก

นอกจากนี้ จีนยังต้องการสร้างเปโตรหยวนมาแข่งกับเปโตรดอลลาร์อีกด้วย ขณะที่รัสเซียก็เตรียมพร้อมให้ธนาคารกลางของตนเพิ่มปริมาณทองคำแท่งสำรองในช่วงไตรมาสที่สามถึง 55 ตัน ซึ่งมากกว่าชาติใดๆ โดยเป็นการฉวยโอกาสในช่วงที่ราคาทองคำกำลังอยู่ในช่วงขาลง จึงมีความเป็นไปได้ว่าการเร่งสต็อคทองคำแท่งของรัสเซียในครั้งนี้ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ในการทำสงครามเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อและยาวนานกับบรรดาชาติตะวันตก  ทำให้รัฐบาลของนายปูตินมีทองคำแท่งสำรองอยู่มากเป็น 3 เท่าหรือประมาณ 1,150 ตัน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา และทำให้รัสเซียมีอาวุธที่ทรงอำนาจมาชดเชยค่าเงินรูเบิลที่อ่อนตัวอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นผลมาจากการถูกมาตรการคว่ำบาตรได้

ประเด็นที่น่าจับตามองสำหรับความร่วมมือระหว่างจีนและรัสเซีย ยังมีขึ้นในระหว่างที่นายปูตินเดินทางเยือนนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงเดือนพ.ค ที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในภูมิภาคเอเชีย  โดยนายปูตินได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ และได้เช้าร่วมประชุมระดับทวิภาคี ก่อนการประ ชุมว่าด้วยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประ เทศในภูมิภาคเอเชีย หรือ CICA

ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือสัญญาเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ซึ่งบริษัท ก๊าซพรอมสัญชาติรัสเซียจะจัดหาก๊าซให้กับบริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติจีน หรือซีเอ็นพีซี ในปริมาณ 38,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีเป็นเวลานาน 30 ปี และในที่สุดจีนและรัสเซียก็ได้บรรลุข้อตกลงดังกล่าวซึ่งมีมูลค่าถึง 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 12.8 ล้านล้านบาท ทำให้รัสเซียได้ตลาดแห่งใหม่ภายหลังจากที่ถูกประเทศตะวันตกโดดเดี่ยว

นอกจากนี้หลังการประชุมนายสียังแถลงข่าวโดยยืนยันว่า การค้าระหว่างจีนและรัสเซียจะมีมูลค่าสูงถึง หนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯภายในปี 2558 จากจำนวน 8 หมื่น 8 พัน 8 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2556

และล่าสุดในการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหรือเอเปคที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา  จีนและรัสเซียยังได้ลงนามในกรอบข้อตกลงสำหรับการซื้อขายแก๊สครั้งใหม่  ซึ่งมีขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงว่าด้วยการซื้อขายแก๊สมูลค่า 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปก่อนหน้านี้แล้ว

โดยข้อตกลงซื้อแก๊สฉบับใหม่นี้ รัสเซียจะขายแก๊ซให้จีนเพิ่มขึ้นอีก 30,000ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นเวลา 30 ปีจากบ่อแก๊สในไซบีเรียตะวันตก และจะส่งผ่านทางท่ออัลไต   ซึ่งเมื่อท่อส่งแก๊สอัลไตสร้างเสร็จแล้ว จีนจะกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของรัสเซีย และเป็นการเปิดตลาดแห่งใหม่ของรัสเซีย  หลังจากรัสเซียกำลังเผชิญการสูญเสียลูกค้าในยุโรปอันเนื่องจากวิกฤตยูเครน

ในส่วนของจีน  การนำเข้าแก๊สเพิ่มขึ้นก็จะช่วยให้กรุงปักกิ่งลดการพึ่งพาถ่านหิน ในขณะที่กำลังต่อสู้กับปัญหามลภาวะ ซึ่งทำให้เกิดควันพิษในหลายเมืองใหญ่ของประเทศ  

นอกจากความร่วมมือทางด้านการค้าและพลังงานแล้ว ประเด็นที่น่าจับตามองอีกอย่างก็คือ ความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศ โดยเมื่อวันที่ 20พฤษภาคมที่ผ่านมา  นายสีและนายปูตินได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซ้อมรบร่วมทางทะเลระหว่างจีนกับรัสเซียในรหัส "ความร่วมมือทางทะเล - 2014" ที่ท่าเรือทหารอู๋ซง ในนครเซี่ยงไฮ้  ซึ่งนายสีได้กล่าวกับตัวแทนผู้นำและทหารทั้งสองประเทศที่มาร่วมการซ้อมรบว่า  การซ้อมรบครั้งนี้ถือเป็นสาระสำคัญของความร่วมมือระหว่างทหารของทั้งสองประเทศ  ที่แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าจีนกับรัสเซียจะร่วมกันรับมือกับการคุกคามและการท้าทายใหม่ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงของภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้ชาวโลกเห็นถึงความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์และรูปแบบใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับรัสเซียด้วย

ทั้งนี้  เมื่อมองภาพรวมความร่วมมือระหว่างจีนและรัสเซียในรอบปีที่ผ่านมา  จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้งสองประเทศจะผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแน่อน

 

 

ทีมข่าวต่างประเทศ  TNN24  รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
ส่งข้อมูลนี้ให้เพื่อนคุณ
ชื่อของคุณ :  อีเมล์ของคุณ : 
ชื่อของเพื่อน :  อีเมล์ของเพื่อน : 
ข้อความ : 
กรอกตัวอักษรที่เห็นในภาพด้านล่าง :